posttoday
กองทุนรวมครึ่งปีโต 6.37%

กองทุนรวมครึ่งปีโต 6.37%

11 กรกฎาคม 2556

ธุรกิจกองทุนรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องจากสิ้นปีที่ผ่านมา ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ เงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้น รวมทั้งมีทางเลือกลงทุนใหม่ อย่างกองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ดึงดูดนักลงทุน

ธุรกิจกองทุนรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องจากสิ้นปีที่ผ่านมา ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ เงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้น รวมทั้งมีทางเลือกลงทุนใหม่ อย่างกองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ดึงดูดนักลงทุน

ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) พบว่า ในช่วง 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 28 มิ.ย. 2556 กองทุนรวมทั้งระบบมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอยูเอ็ม) จำนวน 2.78 ล้านล้านบาท เติบโต 1.66 แสนล้านบาท หรือ 6.37% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.61 ล้านล้านบาท

แต่ปรับตัวลดลงจากสิ้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 7.31 หมื่นล้านบาท หรือ 2.56% จากมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 2.85 ล้านล้านบาท อาจเป็นผลจากเงินลงทุนในหุ้นลดลง หลังจากดัชนีหุ้นไทยย่อลงตามเงินทุนไหลออก ส่งผลให้ผลตอบแทนจากดัชนีหุ้นไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้จากเพิ่มขึ้น 12.22% ก็ลดเหลือเพียง 4.31% ใน 6 เดือนแรก

เม็ดเงินลงทุนในกองทุนรวมส่วนใหญ่อยู่ในกองทุนตราสารหนี้เป็นหลัก โดยเฉพาะกองทุนรวมประเภทกำหนดอายุการลงทุน หรือเทอมฟันด์ ซึ่งดึงดูดนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงและมีระยะเวลาลงทุนแน่นอน โดยยังได้รับผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก แม้ผลตอบแทนจากกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศอาจลดลงจากช่วงที่ผ่านมาบ้างก็ตาม

สำหรับกองทุนหุ้นมีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้น โดยสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 79,206 ล้านบาท หรือ 13.84% มาอยู่ที่ 651,562 ล้านบาท

ในช่วงครึ่งปีแรกยังพบว่ากองทุนทริกเกอร์ ฟันด์ ซึ่งลงทุนในหุ้นโดยกำหนดเป้าหมายผลตอบแทนแน่นอน มักจะออกเป็นกองทุนรวมผสม เพื่อความคล่องตัวในการบริหารท่ามกลางดัชนีผันผวน เพราะในบางช่วงอาจถือหุ้นเต็ม 100% กลับกัน หากภาวะไม่เอื้ออาจไม่ถือหุ้นเลยก็ได้

ขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) ที่เสนอขายนักลงทุนทั่วไป ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่จะออกกองใหม่ได้ เนื่องจากกฎเกณฑ์ของกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนหรือ REIT ออกมาแล้ว ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนอสังหาริมทรัพย์เติบโต 12% มาแตะที่ 1.56 แสนล้านบาท โดยมีกองทุนออกใหม่ 3 กองทุน มูลค่ารวม 7,765 ล้านบาท ได้แก่ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เคพีเอ็น มูลค่า 1,800 ล้านบาท กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์คริสตัล รีเทล โกรท มูลค่า 4,134 ล้านบาท กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอราวัณ โฮเทล โกรท มูลค่า 1,831 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในครึ่งปีหลังจะมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เสนอขายออกมาอีกจำนวนมาก เช่น ในเดือน ก.ค.นี้จะมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา ลงทุนในโครงการโรงแรมศรีพันวา จ.ภูเก็ต มูลค่า 2,001 ล้านบาท เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ในช่วงครึ่งปีแรกมีกองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ กองแรกออกมาเสนอขายให้นักลงทุน ได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท มูลค่าสูงถึง 62,510 ล้านบาท และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีกองใหม่ๆ ออกมานำเสนอนักลงทุนอีกหลายกองทุน โดยเฉพาะกองทุนที่ลงทุนในโรงไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เป็นต้น

ในด้านของบริษัทจัดการ 5 อันดับแรก ที่ครองส่วนแบ่งในธุรกิจกองทุนรวมสูงสุด โดยอันดับแรกยังเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 6.31 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 22.71% รองลงมาเป็นของ บลจ.ไทยพาณิชย์ 5.63 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 20.25% อันดับสาม บลจ.กรุงไทย 3.77 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 13.57% อันดับสี่ บลจ.บัวหลวง 2.97 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 10.69% และอันดับห้า บลจ.เอ็มเอฟซี 1.75 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 6.31% เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม คงเห็นการเปลี่ยนแปลงอันดับเกิดขึ้น หลังจากกองทุนรวมวายุภักษ์ มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งจะครบอายุในเดือน ต.ค.นี้ หากกระทรวงการคลังตัดสินใจปิดกองทุนลงและอาจทำให้การเติบโตของกองทุนรวมในปีนี้น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเติบโตสูงถึง 25%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน