posttoday
ผุดรางคู่บ้านไผ่นครพนม

ผุดรางคู่บ้านไผ่นครพนม

10 กรกฎาคม 2556

รฟท.จ้างที่ปรึกษาออกแบบทำอีไอเอคาดใช้เงินลงทุน4.2หมื่นล้านบาท

รฟท.จ้างที่ปรึกษาออกแบบทำอีไอเอคาดใช้เงินลงทุน4.2หมื่นล้านบาท

ร.ฟ.ท.จ้างที่ปรึกษารถไฟรางคู่สายบ้านไผ่นครพนม มูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท คาดเปิดใช้บริการปี 2561

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.ได้ลงนามว่าจ้างกลุ่มบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ เป็นที่ปรึกษาหลักเข้าสำรวจออกแบบรายละเอียดทางวิศวกรรมและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของโครงการรถไฟสายบ้านไผ่มหาสารคามร้อยเอ็ดมุกดาหารนครพนม มูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท

โครงการดังกล่าวมีระยะทาง 347 กม. ใช้ระยะเวลาศึกษา 15 เดือน จากนั้นจึงจะยื่นอีไอเอใช้เวลาประมาณ 6 เดือน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ต้นปี 2558 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 34 ปี แล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการได้ประมาณปี 2561

“รถไฟสายนี้จะเป็นรถไฟรางคู่สายใหม่ ที่ไม่ได้ก่อสร้างตามแนวเส้นทางเดิม สามารถวิ่งได้ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและการขนส่งสินค้าในพื้นที่ภาคอีสานได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันยังเป็นเส้นทางที่จะเชื่อมการขนส่งทางภาคตะวันออกและตกของประเทศเข้าด้วยกัน” นางสร้อยทิพย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม โครงการการก่อสร้างรถไฟสายดังกล่าว ถือเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สายที่ 2 ของ ร.ฟ.ท.ที่จะสามารถก่อสร้างได้ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการไว้ตั้งแต่ปี 2537 โดยสายแรกที่จะดำเนินการได้ก่อน คือ รถไฟสายเด่นชัยเชียงรายเชียงของ ซึ่งผลักดันมาเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำอีไอเอจะแล้วเสร็จอีก 12 เดือนนี้ หลังจากนั้นจึงจะยื่นอีไอเอและนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ปลายปีนี้ คาดว่าจะก่อสร้างได้ต้นปี 2557

ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า รถไฟสายนี้มีทั้งหมด 14 สถานี ผ่าน 6 จังหวัด คือ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และนครพนม เชื่อมการขนส่งสินค้าและการเดินทางกับประเทศเพื่อนบ้านที่มุกดาหาร บริเวณสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 2 สามารถเชื่อมต่อได้ถึงเวียดนามและนครพนม ที่สะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 3

ทั้งนี้ เป็นโครงการภายใต้ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จึงคาดหวังว่า พ.ร.บ.จะผ่านการพิจารณา เพราะหากไม่ผ่านจะส่งผลกระทบกับโครงการแน่นอน

นายนิรัตน์ ตันสวัสดิ์ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ กล่าวว่า แนวเส้นทางก่อสร้างส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ว่าง เช่น ไร่ปลูกมันสำปะหลัง เป็นต้น จึงไม่มีปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประชาชนมากนัก มีเพียงพื้นที่ จ.มุกดาหาร และนครพนมเท่านั้น ที่ต้องเวนคืนสิ่งปลูกสร้าง เพราะสถานีอยู่ในเมือง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน