posttoday
มองตลาดหุ้น‘มิดเยียร์เซลส์’

มองตลาดหุ้น‘มิดเยียร์เซลส์’

09 กรกฎาคม 2556

ผจก.กองทุนนอกมั่นใจพื้นฐานอาเซียนปึ้ก ‘ฟิลลิป’ส่งกองทุนใหม่ลุยซื้อหุ้นไทย

ผจก.กองทุนนอกมั่นใจพื้นฐานอาเซียนปึ้ก ‘ฟิลลิป’ส่งกองทุนใหม่ลุยซื้อหุ้นไทย

ผู้จัดการกองทุนนอกชี้ตลาดหุ้นแค่ “มิดเยียร์เซลส์” มั่นใจพื้นฐานอาเซียนแกร่ง ไม่สนการเมือง

นายเจฟฟรี่ย์ ลี เชย์ เกียง กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ฟิลลิป สิงคโปร์ กล่าวในงานสัมมนาของ บลจ.ฟิลลิป ว่า ยังมีมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นอาเซียน และเชื่อว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น

“ตอนนี้เป็นเหมือนมิดเยียร์เซลส์ของตลาดหุ้น ซึ่งปัจจัยหลักมาจากเงินลงทุนระยะสั้นที่เทขายออกมา แต่ระยะยาวเชื่อมั่นว่าพื้นฐานเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนยังแข็งแกร่ง โดยฟิลลิปมีกองทุนที่ลงทุนในตลาดอาเซียน ซึ่งให้น้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยประมาณ 15% ของสินทรัพย์รวม โดยมองว่าปัญหาทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ” นายเจฟฟรี่ย์ กล่าว

นายวรรธนะ วงศ์สีนิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ฟิลลิป กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 3 นี้เป็นโอกาสดีที่จะลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นจะปรับตัวในขาลง และดัชนีที่ปรับลดลงมาเป็นเหมือนมิดเยียร์เซลส์สำหรับตลาดหุ้นไทย

“การยกเลิกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ไม่ใช่ข่าวร้าย เพราะหากเศรษฐกิจดีขึ้น เดี๋ยวหุ้นก็กลับมา ซึ่งภายในครึ่งหลังของปีนี้มีโอกาสที่ดัชนีจะกลับขึ้นไปที่ 1,500 จุดได้ แต่จะกลับไป 1,600 จุดได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในอนาคต” นายวรรธนะ กล่าว

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า มีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นออกไปได้อีก เพราะที่ผ่านมาต่างชาติมีกำไรจากหุ้นไทยประมาณ 100% ทำให้มีโอกาสที่ดัชนีจะลงไปต่ำกว่า 1,350 จุดอีกครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้

“ตลาดหุ้นไทยปีนี้คงจะไม่เห็นการทำสถิติใหม่อีกแล้ว เพราะปัจจัยบวกหลายอย่างเริ่มชะลอตัว ทำให้ตลาดอยู่ในช่วงที่ผันผวนในทิศทางขาลง และอาจจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้ในช่วงปลายปีที่ตลาดรับข่าวปัจจัยลบไปหมดแล้ว” นายสานุพงศ์ กล่าว

พร้อมกันนี้ นายสานุพงศ์ ยังกล่าวถึงกองทุนเปิดฟิลลิป ตราสารทุนที่จะเปิดขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 817 ก.ค.นี้ว่า กองทุนจะหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เคลื่อนไหวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ เช่น พลังงานและปิโตรเคมี เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวหวือหวา แต่จะเน้นลงทุนในกลุ่มอาหาร สื่อสาร และสาธารณูปโภค ทำให้ผลตอบแทนค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นแบบไม่ผันผวนมากนัก

“กองทุนนี้จะมีสไตล์การลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนฟิลลิปหุ้นระยะยาว ที่เน้นการเลือกหุ้นโดยมองจากภาพเศรษฐกิจใหญ่ลงมาสู่ตัวอุตสาหกรรมและรายบริษัท ซึ่งจะเน้นหุ้นพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงลงมาถึงหุ้นขนาดกลาง ที่มีการจ่ายเงินปันผลที่ดี ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมาทำได้ดี โดยขึ้นมาอยู่ 10 อันดับแรกของกลุ่มกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” นายสานุพงศ์ กล่าว

ด้านกลุ่ม บลจ.แมนูไลฟ์ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนของแมนูไลฟ์ (Manulife ISI) ในเอเชีย โดยสำรวจความเห็นนักลงทุนใน 7 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย พบว่ามีแนวโน้มเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม การสำรวจยังพบว่านักลงทุนเอเชียอยู่ในภาวะถือเงินสดมากเกินไป หรือประมาณ 40% ของสินทรัพย์ และคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงเกินความเป็นจริง

“นักลงทุนครึ่งหนึ่งระบุว่าหวังผลตอบแทนจากการลงทุนหุ้นเฉลี่ยปีละประมาณ 20% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่แท้จริงในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาถึงสองเท่าตัว”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน