posttoday
สยามดนตรียามาฮ่า ปรับทัพชูมาตราฐานรับเออีซี

สยามดนตรียามาฮ่า ปรับทัพชูมาตราฐานรับเออีซี

09 กรกฎาคม 2556

การที่ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 นี้ หลายธุรกิจเริ่มปรับตัว

โดย...จะเรียม สำรวจ

การที่ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 นี้ หลายธุรกิจเริ่มปรับตัว เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในด้านของภาษา ซึ่งภาษาอังกฤษถือเป็นภาษากลางที่มีความสำคัญอย่างมากกับการสื่อสาร

ด้วยเหตุนี้ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จึงหันมาให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ด้วยการปรับรูปแบบของการเรียนการสอนภายในโรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่าเป็นคอร์สการสอนแบบภาษาอังกฤษมากขึ้น เพื่อให้โรงเรียนมีความเป็นสากลรองรับการเปิดเออีซีที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า ยังมีแผนที่จะปรับมาตรฐานของโรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่าซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการโดยตัวแทนหรือดีลเลอร์ประมาณ 88 สาขา ให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

ประนัปดา พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า กล่าวว่า สิ่งที่บริษัทจะดำเนินการปรับปรุงโรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่าให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันมีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อหลัก คือ 1.การบริการลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย 2.การกำหนดคุณภาพของโรงเรียนให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสอน ความใหม่ ทันสมัย หรือความสว่าง และ 3.การสื่อถึงวัฒนธรรมของโรงเรียน

การปรับปรุงดังกล่าว ประนัปดา กล่าวว่า จะเริ่มดำเนินการในเดือน ก.ย.นี้ คาดว่า 2 ปีจะปรับปรุงทุกอย่างแล้วเสร็จทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะปรับปรุงสาขาเก่าแล้ว ในส่วนของสาขาใหม่ของโรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่าจะเปิดเพิ่มอีกประมาณ 2 สาขา ภายใต้งบลงทุนสาขาละ 10 ล้านบาท โดยแต่ละสาขาจะใช้พื้นที่ในการเปิดเป็นโรงเรียนประมาณ 350 ตร.ม.

“หลังจากเพิ่มหลักสูตรภาษาอังกฤษเข้าไป ตอนนี้ครูทุกคนที่สอนดนตรีต้องพูดภาษาอังกฤษ เพราะโรงเรียนจะมีความเป็นสากลได้ต้องมีการเรียนการสอนส่วนหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งในส่วนของนักเรียนเองตอนนี้เด็กทุกคนพูดภาษาอังกฤษกันได้เกือบทุกคนแล้ว” ประนัปดา กล่าว

ปัจจุบันโรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่าจะมีนักเรียนเข้ามาสมัครเรียนอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ซึ่งภายในปี 2558 ประนัปดามีแผนที่จะเปิดโรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่าให้ครบ 100 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 88 สาขา โดยจะเพิ่มเป็น 90 สาขาในสิ้นปีนี้

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า ป๊อปปูล่า มิวสิค เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ผู้บริหารคนสาวหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะจากการที่โรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่ามีเด็กเล็กระดับอนุบาลและประถมศึกษาเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมาก จึงทำให้นักเรียนที่เป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่ไม่กล้าเข้ามาสมัครเรียน จึงได้แตกโรงเรียนยามาฮ่า ป๊อปปูล่า มิวสิค เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป

“เนื่องจากโรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่าจะมีเด็กเล็กๆ เข้ามาเรียนจำนวนมาก ทำให้ผู้ใหญ่ไม่กล้าเข้ามาเรียน เราเลยต้องเปิดโรงเรียนต้องเปิดโรงเรียนยามาฮ่า ป๊อปปูล่า มิวสิค ขึ้นมา เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี” ประนัปดา กล่าว

ในปีนี้โรงเรียนยามาฮ่า ป๊อปปูล่า มิวสิค จะมีสาขาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 3 สาขา จากปัจจุบันมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการอยู่ที่ 7 สาขาซึ่งแต่ละสาขาจะใช้พื้นที่ประมาณ 200 ตร.ม. และใช้งบลงทุน 7 ล้านบาทต่อสาขา

นอกจากนี้ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า ได้คว้าสิทธิการจำหน่ายเปียโนระดับโลกเบเซนดอร์ฟเฟอร์ พร้อมรับสิทธินำเข้าสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าระดับบน

หลังจากออกมาปรับทัพธุรกิจครั้งใหญ่ ประนัปดามั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 15% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตมากกว่าภาพรวมตลาดโรงเรียนดนตรีที่มีอัตราการเติบโตที่ 10% จากมูลค่า 3,000 ล้านบาท

ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ สยามดนตรียามาฮ่า กับการปรับตัวรองรับความเปลี่ยนแปลงของตลาดหลังเปิดเออีซีที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค