
เข้มกำจัดกากปิโตรเลียมรัฐเร่งออกเกณฑ์ควบคุม
กรอ.เตรียมออกเกณฑ์คุมกากอุตสาหกรรมจากแหล่งปิโตรเลียม คาดเสร็จใน 1 เดือน
กรอ.เตรียมออกเกณฑ์คุมกากอุตสาหกรรมจากแหล่งปิโตรเลียม คาดเสร็จใน 1 เดือน
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรอ.ร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน หาแนวทางการจัดการกากอุตสาหกรรมที่เกิดจากการขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียมในประเทศ โดย กรอ.จะออกระเบียบให้ผู้รับขนและกำจัดกากอุตสาหกรรมจากแหล่งปิโตรเลียมต้องขึ้นทะเบียนกับ กรอ. เพื่อให้กากดังกล่าวเข้าสู่ระบบ
นอกจากนี้ จะให้แหล่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียมขึ้นทะเบียนโรงงาน เพราะการแจ้งขนกากอุตสาหกรรมจะต้องระบุเลขทะเบียนโรงงานของแหล่งผลิต ที่ผ่านมาผู้รับสัมปทานแจ้งว่าแหล่งปิโตรเลียมไม่มีเลขทะเบียนโรงงานทำให้ยื่นคำขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน (สก.2) ไม่ได้ ทั้งนี้ กรอ.คาดว่าจะออกระเบียบดังกล่าวได้ภายใน 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติส่งหนังสือมาสอบถาม กรอ.ว่ากากของเสียอุตสาหกรรมจะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย หรือไม่ ซึ่ง กรอ.ชี้แจงว่าการจัดการกากอุตสาหกรรมแต่ละประเภทแตกต่างกัน หากเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายจะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย และต้องส่งไปจัดการกับผู้รับกำจัดที่ได้รับอนุญาต ซึ่งปัจจุบันมีสองแห่ง คือ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน และบริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999)
นายณัฐพล กล่าวว่า กรอ.และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งปิโตรเลียมบนบกที่จ.พิษณุโลกและแหล่งปิโตรเลียมในทะเลที่จ.สงขลา ภายในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบว่ามีการจัดการกากอุตสาหกรรมจากการขุดและสำรวจปิโตรเลียมอย่างไร โดยทราบว่าที่ผ่านมาผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมจะจ้างบริษัทรับจัดการกากของเสีย แต่ปรากฏว่าบางรายนำไปเผาที่โรงงานปูนซีเมนต์ ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง
“กรมเชื้อเพลิงฯ กังวลการจัดการกากของเสียจากแหล่งปิโตรเลียม เพราะที่ผ่านมาได้หารือกับผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมบางรายแล้วได้รับคำยืนยันว่าส่งกากอุตสาหกรรมไปบำบัดแต่ไม่แน่ใจว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งถ้า กรอ.และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเข้าไปดำเนินการจะทำให้การจัดการกากอุตสาหกรรมจากแหล่งปิโตรเลียมเป็นระบบมากขึ้น” นายณัฐพล กล่าว
ทั้งนี้ ขอมูลจากกรมเชื้อเพลิงฯ ระบุว่า ปัจจุบันมีการสํารวจค้นพบแหล่งปิโตรเลียมในประเทศแล้ว 79 แหล่ง และดำเนินการผลิต 41 แหล่ง แบ่งเป็น แหล่งปิโตรเลียมบนบก 21 แหล่ง ผลิต 20 แหล่ง เช่น แหล่งฝาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันมีอัตราการผลิตน้ำมันดิบ 1,000 บาร์เรลต่อวัน
แหล่งก๊าซน้ำพองที่อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ปัจจุบันมีอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติ 15 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมทั้งแหล่งปิโตรเลียมในทะเล 58 แหล่ง ผลิตอยู่ 21 แหล่ง เช่น แหล่งจัสมินและบานเย็น ผลิตน้ำมันดิบ 12,000 บาร์เรลต่อวัน แหล่งทานตะวันและเบญจมาศ ผลิตก๊าซธรรมชาติ 130 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และน้ำมันดิบ 25,000 บาร์เรลต่อวัน







