posttoday
จะทำอย่างไรเมื่อยังเป็นหนี้แต่ก็ต้องออมเพื่อเกษียณอายุไปด้วยพร้อมๆ กัน (จบ)

จะทำอย่างไรเมื่อยังเป็นหนี้แต่ก็ต้องออมเพื่อเกษียณอายุไปด้วยพร้อมๆ กัน (จบ)

08 กรกฎาคม 2556

สัปดาห์ที่ผ่านมาได้แนะนำวิธีที่ 1 จาก 6 วิธีในการที่จะจัดการเรื่องหนี้โดยไม่เสียสมดุลเรื่องการออมเพื่อการเกษียณอายุ สัปดาห์นี้มาต่อกัน

สัปดาห์ที่ผ่านมาได้แนะนำวิธีที่ 1 จาก 6 วิธีในการที่จะจัดการเรื่องหนี้โดยไม่เสียสมดุลเรื่องการออมเพื่อการเกษียณอายุ สัปดาห์นี้มาต่อกัน

2.ทำงบประมาณ วิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณหลุดพ้นภาระหนี้คือการหาให้พบว่าในแต่ละเดือนคุณใช้จ่ายเงินไปกับเรื่องอะไรบ้าง การที่จะรู้ว่าใช้เงินทำอะไรบ้างนั้นก็ควรที่จะมีการจัดทำงบประมาณส่วนตัวขึ้นมา โดยจัดงบไว้สำหรับค่าใช้จ่ายหลักๆ ก่อน เช่น การจ่ายค่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าประกันชีวิต เป็นต้น ส่วนรายการประเภทกินข้าวนอกบ้าน หรือรายการบันเทิง ก็อาจจะพักไว้ก่อนได้ เมื่อรู้แล้วว่าใช้เงินไปกับเรื่องอะไรบ้าง ก็อาจช่วยให้ตัดใจลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้ คุณจะประหลาดใจที่ได้พบว่าการเก็บเล็กผสมน้อยลดทอนรายจ่ายบางอย่างลงจะช่วยให้เงินออมเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว

3.ใช้ประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้าง คุณผู้อ่านคงเคยได้ยินคำว่าไม่มีของฟรีในโลก แต่กรณีที่ผมจะกล่าวถึงนี้ถือเป็นข้อยกเว้น ซึ่งนักวางแผนทางการเงินจะทำให้คุณเพื่อที่จะเปลี่ยนหนี้ที่มีต้นทุนสูงมาเป็นเงินออมได้ บรรดาพนักงานที่บริษัทมีการตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุณควรที่จะใช้ประโยชน์จากกองทุนนี้ให้เต็มที่ มันเหมือนได้ค่าจ้างเพิ่มโดยมาในรูปแบบของการจ่ายจากส่วนของนายจ้าง สมมติว่าคุณเก็บสะสมไว้ 10% ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายจ้างของคุณก็จะใส่เงินเข้ามา 10% ด้วยเช่นกัน มันก็คือคุณได้ค่าจ้างเพิ่ม 10% แต่คุณจะไปรับได้ก็ต่อเมื่อคุณเกษียณอายุแล้ว

4.ให้ความสำคัญกับการชำระหนี้ หนี้สินก็เหมือนสิ่งต่างๆ ในชีวิตเรา มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี มีทั้งหนี้ที่ดีและหนี้ไม่ดี หนี้ชั้นดีอาจช่วยให้คุณเป็นเจ้าของบ้านได้ เริ่มธุรกิจได้ หรือเข้าศึกษาในระดับวิทยาลัยได้ ส่วนหนี้ไม่ดีก็เป็นไปในทางตรงกันข้าม เช่น การซื้อทีวีจอแบน รถยนต์ นาฬิกา และเครื่องเพชร สิ่งของต่างๆ ที่ไม่มีคุณค่า และยังด้อยค่าลงเมื่อคุณซื้อมัน ไม่จำเป็นที่จะต้องมาบอกกันด้วยว่าหนี้ไม่ดีมีราคาแพงมาก เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลต่างๆ ดังนั้นหากคุณมีหนี้ไม่ดีคุณต้องทุ่มแรงจัดการมันให้ได้ก่อนที่มันจะมาควบคุมบงการชีวิตคุณ และเชื่อผมเถอะครับว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตในระดับ 18% คงทำให้คุณผู้อ่านไม่ต้องใช้เวลาคิดนานนักกับการที่จะลดภาระหนี้ราคาแพงประเภทนี้

5.หลีกเลี่ยงการชำระหนี้ขั้นต่ำ การชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำเป็นเรื่องอันตราย เพราะคุณจะตกเป็นทาสบริษัทบัตรเครดิตได้โดยไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างเช่น คุณมีบิลบัตรเครดิตมูลค่า 70,000 บาท ที่คิดอัตราดอกเบี้ย 18% หากคุณเอาแต่จ่ายชำระหนี้ขั้นต่ำ คุณจะมีหนี้งอกขึ้นมาเป็น 101,150 บาท และใช้เวลาถึง 347 เดือนในการที่จะสะสางหนี้ก้อนนี้ให้หมดลงได้ ไม่ว่าจะทำอย่างไร คุณต้องชำระหนี้ก้อนนี้ให้หมดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำงานเพิ่มหรืองานเสริมรายได้ หรือทำโอที ทำอะไรก็ได้ที่จะหลุดพ้นกับดักหนี้ให้ได้

6.ตั้งกองทุน “เผื่อเหลือเผื่อขาด” สิ่งสุดท้ายที่คุณต้องทำเพื่อป้องกันในกรณีที่จะเกิดเหตุอันทำให้คุณมีภาระเพิ่มขึ้นมาได้ คุณควรออมเผื่อไว้ด้วย หากรถคุณเสีย หรือคุณตกงาน คุณมีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินออกจากกระเป๋าแทนที่จะใช้เครดิตการ์ด หรือหากคุณชำระหนี้บัตรเครดิตแล้ว คุณก็ต้องหาเงินมาสำรองไว้ในจำนวนเท่าเดิมกับที่นำมาจ่ายออกไป โดยอาจตั้งเป็นกองทุนฉุกเฉินขึ้นมาก็ได้ ตามกฎก็คือกองทุนฉุกเฉินนี้ควรช่วยให้คุณดำเนินชีวิตได้ด้วยค่าใช้จ่ายในยามปกติของคุณเป็นเวลานาน 6 เดือน ครับ

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน