posttoday
"เบนซ์" สปอร์ต 2 รุ่นใหม่ เหยียบสนุก ในราคาเร้าใจ

"เบนซ์" สปอร์ต 2 รุ่นใหม่ เหยียบสนุก ในราคาเร้าใจ

03 กรกฎาคม 2556

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

จากผลสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาที่สำรวจกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ พบว่า เจ้าของรถยนต์กว่า 90% ชอบร้องเพลงในรถ 84% มีความรู้สึกหลงใหลต่อรถยนต์ของตนเอง 50% เคยจูบกับคนรักในรถยนต์ 27% เคยมีกิจกรรมพิเศษกับคนรักในรถ และ 10% ได้รับการตอบตกลงในการหมั้นในรถยนต์

ตัวเลขจากผลวิจัยที่บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ ยกขึ้นมาข้างต้นเป็นข้อพิสูจน์ว่าการเลือกซื้อรถยนต์ในปัจจุบันไม่ใช่แค่การซื้อรถยนต์เพื่อการเดินทางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถือได้ว่าเป็นสถานที่หนึ่งในการสร้างความประทับใจได้เช่นกัน

บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จึงได้เสริมทัพผลิตภัณฑ์เข้ามาอีก 2 รุ่น ในตระกูล EClass คือ The new EClass Coupe รถยนต์สปอร์ตคูเป้ และ The new EClass Cabriolet รถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนแบบ 4 ที่นั่ง ที่เปิดตัวได้ฮือฮาไม่น้อยด้วยราคาที่ค่อนข้างเร้าใจอยู่ที่ 3.79 ล้านบาท ในรุ่น EClass Coupe และ 3.99 ล้านบาท ในรุ่น The new EClass Cabriolet โดยใช้การลดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออกไป อาทิ เบาะนั่งอุ่นร้อน ระบบควบคุมการวิ่งบนหิมะ และอื่นๆ ส่งผลให้ราคาลดลงไปได้กว่า 7 แสนบาท จนกระทั่งสามารถเปิดราคาได้อย่างน่าสนใจ

เมอร์เซเดสเบนซ์ จึงเชื่อมั่นว่าทั้ง 2 รุ่น จะช่วยสร้างยอดขาย (Volume) ได้จากราคาที่เร้าใจรวมไปถึงความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่โดนใจจากรูปลักษณ์ได้เป็นอย่างดี ด้วยความโดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอก กระจังหน้าและโคมไฟที่รวมการทำงานของไฟ LED ต่างๆ ไว้ในกรอบเดียว พร้อมเทคโนโลยีแบบ FibreOptic ทำให้ไฟคู่หน้ามีลักษณะแบบ “สี่ตา” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ EClass อีกทั้งกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยโครเมี่ยม และการให้เส้นสายรอบคันที่ให้ความปราดเปรียวในอารมณ์ความเป็นสปอร์ต มาพร้อมกับชุดแต่งสปอร์ต AMG ในแบบจัดเต็ม

ขณะที่การตกแต่งภายในห้องโดยสารสอดคล้องกับอารมณ์ความเป็นสปอร์ตเช่นเดียวกันกับภายนอก โดยการใช้วัสดุคุณภาพสูงให้ความหรูหรามีระดับ รวมถึงเบาะหนังแบบสปอร์ต โดยเฉพาะในรุ่น The new EClass Cabriolet ที่มีจุดเด่นในเรื่องการลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารที่เกิดขึ้นจากกระแสลม ด้วยแผงบังคับทิศทางลม (Air Cap) และแผงกั้นลม (DraughtStop) ซึ่งจะทำงานอัตโนมัติเมื่อรถวิ่งแบบเปิดประทุน

ด้านสมรรถนะและเครื่องยนต์ทั้งคู่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินใหม่แบบ Blue DIRECT แถวเรียง 4 สูบ ซึ่งนำเทคโนโลยีหัวฉีด Piezo ที่สามารถฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในเครื่องยนต์ V6 และ V8 รุ่นใหม่ของเมอร์เซเดสเบนซ์ ที่นำมาใช้กับเครื่องยนต์ 4 สูบเป็นครั้งแรก โดยทั้ง 2 รุ่น ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร พละกำลังสูงสุดที่ 184 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 300 นิวตันเมตร ที่ 1,2004,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0100 กม./ชม. ต่ำสุดที่ 7.8 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 240 กม./ชม. ขณะที่มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 18 กม.ต่อลิตร ซึ่งทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด

สำหรับระบบความปลอดภัยของ เมอร์เซเดสเบนซ์ เป็นที่เลื่องชื่อแบบ “จัดเต็ม” อยู่แล้ว อาทิ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESP) เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 4 ที่นั่ง ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attention Assist) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration Skid Control) ระบบเบรก Adaptive Brake พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งหมดที่อยู่ในเมอร์เซเดสเบนซ์ ใหม่ทั้ง 2 รุ่นนี้ ที่น่าจะตอบโจทย์และตรงใจสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้บริหารหนุ่มรวมถึงเหล่าเจ้าของกิจการทั้งหลายทั้งชายและหญิง ที่ชื่นชอบรถยนต์หรูสไตล์สปอร์ตได้เป็นอย่างที่

ขณะที่เมอร์เซเดสเบนซ์ เอง ก็หวังว่ารถยนต์ทั้ง 2 รุ่นน่าจะช่วยเพิ่มอัตราการทำกิจกรรมหลายๆ อย่างตามตัวเลขของผลวิจัยข้างต้นให้เพิ่มขึ้นได้ไม่มากก็น้อย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน