
ไทยเร้นท์ชูแฟรนไชส์บุกเออีซี
ไทยเร้นท์อะคาร์รับท่องเที่ยวไทยบูม เตรียมขายแฟรนไชส์รถเช่าทั่วอาเซียนรับเออีซี ตั้งเป้ารายได้ 1,700 ล้าน
ไทยเร้นท์อะคาร์รับท่องเที่ยวไทยบูม เตรียมขายแฟรนไชส์รถเช่าทั่วอาเซียนรับเออีซี ตั้งเป้ารายได้ 1,700 ล้าน
นายสุขุม ธรรมมณีวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเร้นท์อะคาร์ (1978) ผู้ให้บริการรถเช่าครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดขายแฟรนไชส์รถเช่าอย่างเป็นทางการเพื่อขยายสาขาการให้บริการเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายปี 2556 และเตรียมการเปิดขายแฟรนไชซีในตลาดประเทศอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในอีก 2 ปีนับจากนี้ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่จะทำให้ความต้องการใช้รถเช่าเพิ่มจำนวนมากขึ้น
ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดด้านการท่องเที่ยวนั้นมีการขยายตัวมากขึ้น ทั้งจากเศรษฐกิจ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมทั้งการขยายตัวของสายการบินราคาถูก หรือโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางถูกลง นักท่องเที่ยวจึงมีเงินเหลือมาเช่ารถขับมากขึ้น นอกจากนี้สายการบินโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ยังทำให้มีการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย
“ถือเป็นครั้งแรกของรถเช่าแบรนด์ไทยในการเปิดขายแฟรนไชส์ เพราะในประเทศไทยส่วนใหญ่จะซื้อแฟรนไชส์จากต่างประเทศมาให้บริการในประเทศ โดยในเบื้องต้นบริษัทจะเน้นการขยายแฟรนไชส์ในประเทศ แบ่งการลงทุนเป็น 3 ระดับ สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนจะต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 5 แสน2.5 ล้านบาท โดยจะเริ่มแนะนำให้เป็นที่รู้จักในงานแฟรนไชส์ (TFBO) ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 2528 ก.ค.นี้” นายสุขุม กล่าว
สำหรับในปัจจุบันบริษัทมีรถเช่าให้บริการจำนวน 7,000 คัน แบ่งเป็นรถเช่าระยะยาว สำหรับองค์กร 60% และอีก 40% เป็นรถเช่าระยะสั้น โดยบริษัทมีแผนการลงทุนมูลค่า 2,500 ล้านบาท ในการเพิ่มจำนวนรถเช่าอีก 3,000 คัน ในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้จะเพิ่มสัดส่วนรถเช่า แบ่งเป็นรถที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อคัน จำนวน 85% และลักชัวรี่ คาร์ 15% ล่าสุดบริษัทได้เพิ่มรถยนต์ เมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่น เอสคลาส เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่มีกำลังซื้อสูง
ขณะที่แผนการตลาดในปีนี้ บริษัทเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยว และกลุ่มคนทำงานที่นิยมใช้บริการรถเช่ามากขึ้น โดยในปี 2556 บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ 1,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 1,200 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อระดมทุนมาใช้ในการขยายงานในอนาคตอีกด้วย







