
ครม.ศก.เห็นชอบมาตรการหนุนผลิตรถอี 85
ครม.เศรษฐกิจสนับสนุนผลิตรถยนต์อี 85 ลดภาษี 3% พร้อมขยายเวลาลดอากรเป็นหมดเขตใน 1 ปี
ครม.เศรษฐกิจสนับสนุนผลิตรถยนต์อี 85 ลดภาษี 3% พร้อมขยายเวลาลดอากรเป็นหมดเขตใน 1 ปี
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยกรรมการรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม คณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ว่า คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเรื่องมาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E85 สืบเนื่องจากมติคณะ รัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 ที่ได้เห็นชอบการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ของประเทศไทยแบบบูรณาการ และมอบหมายให้กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดยให้พิจารณาในประเด็นสำคัญได้แก่ (1) ความเป็นไป ได้ในการเพิ่มประเภทน้ำมัน E85 และโครงสร้างอัตรา ราคาที่มีความเหมาะสมและคุ้มค่า (2) ผลกระทบต่อความ มั่นคงทางอาหารและแผนการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และ (3) ผลกระทบกับการดำเนินนโยบายของรัฐในการส่งเสริมรถยนต์ประเภท Eco Car
คณะกรรมการฯ เห็นว่าประเทศไทยมีความสามารถในการผลิตเอทานอลให้เพียงพอต่อการใช้ผลิต น้ำมัน E85 ได้ นอกจากนี้ในส่วนการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ E85 และ ดำเนินการตามนโยบายส่งเสริมรถยนต์ Eco Car นั้น เห็นว่าสามารถดำเนินการคู่ขนานกันไปได้เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่มีกลุ่มเป้า หมายที่แตกต่างกัน หากภาครัฐมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพื่อ สร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ นอกจากนี้ นโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศที่ผ่านมา อยู่บนพื้นฐานของกลไกทางการตลาดเป็นหลัก ซึ่งหากอุตสาหกรรมรถยนต์ประเภท Eco Car ได้รับผลกระทบจากนโยบายส่งเสริมน้ำมัน E85 ก็สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างการส่งเสริม Eco Car ให้สามารถแยกตลาดกับรถยนต์ FFV ได้ ชัดเจนมากขึ้นได้
คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบการกำหนดมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ E85 ในประเทศ ดังนี้ (1) ลดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ E85 ลง ในอัตราร้อยละ 3 จากโครงสร้างภาษีปัจจุบัน (2) ขยายระยะเวลาลดอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป E85 จากร้อยละ 70 เหลือเป็นร้อยละ 60 สำหรับรถยนต์ E85 ขนาดตั้งแต่ 1,770 ซี.ซี.แต่ไม่เกิน 3,000 ซี.ซี. จำนวนไม่เกิน 2,000 คัน จากเดิมหมดเขตภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 เป็น หมดเขตภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ (3) มอบหมายกระทรวงการคลังดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ผลิตเอทานอลสามารถส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศได้ และเร่งจัดทำประกาศเพื่อยกเว้นอากรนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ E85 ต่อไป และกรณีมีผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์ Eco Car ให้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลังพิจารณาแนวทางการสนับสนุน การดำเนินนโยบาย Eco Car เพิ่มเติมต่อไป
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยกรรมการรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม คณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ว่า คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเรื่องมาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E85 สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 ที่ได้เห็นชอบการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ของประเทศไทยแบบบูรณาการ และมอบหมายให้กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดยให้พิจารณาในประเด็นสำคัญได้แก่ (1) ความเป็นไป ได้ในการเพิ่มประเภทน้ำมัน E85 และโครงสร้างอัตรา ราคาที่มีความเหมาะสมและคุ้มค่า (2) ผลกระทบต่อความ มั่นคงทางอาหารและแผนการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และ (3) ผลกระทบกับการดำเนินนโยบายของรัฐในการส่งเสริมรถยนต์ประเภท Eco Car
คณะกรรมการฯ เห็นว่าประเทศไทยมีความสามารถในการผลิตเอทานอลให้เพียงพอต่อการใช้ผลิต น้ำมัน E85 ได้ นอกจากนี้ในส่วนการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ E85 และ ดำเนินการตามนโยบายส่งเสริมรถยนต์ Eco Car นั้น เห็นว่าสามารถดำเนินการคู่ขนานกันไปได้เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่มีกลุ่มเป้า หมายที่แตกต่างกัน หากภาครัฐมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพื่อ สร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ นอกจากนี้ นโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศที่ผ่านมา อยู่บนพื้นฐานของกลไกทางการตลาดเป็นหลัก ซึ่งหากอุตสาหกรรมรถยนต์ประเภท Eco Car ได้รับผลกระทบจากนโยบายส่งเสริมน้ำมัน E85 ก็สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างการส่งเสริม Eco Car ให้สามารถแยกตลาดกับรถยนต์ FFV ได้ ชัดเจนมากขึ้นได้
คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบการกำหนดมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ E85 ในประเทศ ดังนี้ (1) ลดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ E85 ลง ในอัตราร้อยละ 3 จากโครงสร้างภาษีปัจจุบัน (2) ขยายระยะเวลาลดอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป E85 จากร้อยละ 70 เหลือเป็นร้อยละ 60 สำหรับรถยนต์ E85 ขนาดตั้งแต่ 1,770 ซี.ซี.แต่ไม่เกิน 3,000 ซี.ซี. จำนวนไม่เกิน 2,000 คัน จากเดิมหมดเขตภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 เป็น หมดเขตภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ (3) มอบหมายกระทรวงการคลังดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ผลิตเอทานอลสามารถส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศได้ และเร่งจัดทำประกาศเพื่อยกเว้นอากรนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ E85 ต่อไป และกรณีมีผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์ Eco Car ให้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลังพิจารณาแนวทางการสนับสนุน การดำเนินนโยบาย Eco Car เพิ่มเติมต่อไป







