
ไม่ต้องตัดราคาสู้
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การแข่งขันถือเป็นเรื่องธรรมชาติของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับการตอบรับดีจากตลาด ทำให้ผู้ประกอบการมากหน้าหลายตาแห่เข้าร่วมสมรภูมิช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การแข่งขันถือเป็นเรื่องธรรมชาติของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับการตอบรับดีจากตลาด ทำให้ผู้ประกอบการมากหน้าหลายตาแห่เข้าร่วมสมรภูมิช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง
และหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการต่อสู้กับคู่แข่งทางธุรกิจที่เป็นที่รู้จักกันดีและใช้กันบ่อยมากที่สุด คงหนีไม่พ้นกลยุทธ์การตัดราคาคู่แข่ง หรือการตั้งราคาสินค้าและบริการให้ถูกกว่าในท้องตลาด เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าหันมาสนใจกับสินค้าหรือบริการของเรามากกว่าของคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม มิตเชล ฮาร์เปอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดประจำเว็บไซต์สตาร์ทอัพ เนชั่น ออกโรงเตือนว่า การตั้งราคาถูกกว่าคู่แข่งอาจไม่เหมาะสมกับธุรกิจทุกประเภท เนื่องจากหากในอนาคตคู่แข่งสามารถหาวิธีตัดราคาแข่งให้ถูกลงอีก อาจทำให้ธุรกิจต้องเสียกลุ่มลูกค้าเหล่านั้นไปโดยปริยาย จนในที่สุดธุรกิจต้องตกอยู่ในสงครามแข่งขันตัดราคาที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคที่อาจมองว่าราคาที่ลดลงอาจหมายถึงคุณภาพของสินค้าที่ลดลงแล้ว ยังส่งผลให้บริษัทอาจประสบภาวะขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ ฮาร์เปอร์ จึงเสนอแนะ 4 กลยุทธ์การตลาดช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจ โดยไม่จำเป็นต้องแข่งตัดราคาไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้
1.ปรับสินค้าหรือบริการให้หลากหลายมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากคุณขายเสื้อยืดสีฟ้าเหมือนกับคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด ดังนั้นแทนที่จะขายเสื้อยืดสีฟ้าแต่เพียงอย่างเดียว ลองเริ่มขายเสื้อสีฟ้าในรูปแบบอื่นๆ เช่น เสื้อยืดคอวี คอปก หรือแม้แต่กางเกงยีนส์เข้าชุดกันเพิ่มขึ้นมา ด้วยวิธีนี้จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการสามารถดึงดูดลูกค้าด้วยปัจจัยอื่นๆ นอกจากด้านราคาได้ดีขึ้น
2.เสนอบริการประทับใจ ผู้ประกอบการสามารถเลี่ยงการลงสนามแข่งขันตัดราคากับคู่แข่ง ด้วยการเปลี่ยนกลยุทธ์มามุ่งเน้นการ “ให้บริการ” ไม่ว่าจะเป็นให้บริการภายในร้าน หรือหลังการขายอย่างเป็นกันเองมากขึ้น เพราะอย่าลืมว่า ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดความสนใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากด้านราคา คือ “บริการที่ประทับใจ”
3.จัดโปรโมชั่น “สะสมคะแนน” ตลอดจนทำบัตรสมาชิก “วีไอพีการ์ด” ด้วยวิธีการดังกล่าว ช่วยดึงดูดให้ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการซ้ำ ซึ่งสามารถสร้างฐานลูกค้าประจำได้เป็นอย่างดี
4.ติดต่อกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข่าวสารความเคลื่อนไหวของธุรกิจ ซึ่งหมายรวมถึงข่าวการเปิดตัวสินค้าใหม่เป็นประจำทุกๆ สัปดาห์หรือเดือน เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างลูกค้าและธุรกิจ ทำให้ทันใดที่ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าประเภทนั้นๆ จะนึกถึงสินค้าหรือบริการของเราเป็นอันดับแรกๆ







