posttoday
การตลาดแบบ‘จริงอะดิ’กิจการใดไม่โตเท่ากับจบ...

การตลาดแบบ‘จริงอะดิ’กิจการใดไม่โตเท่ากับจบ...

02 กรกฎาคม 2556

กิจการใดที่ไม่มีคู่แข่งขันสามารถครอบครองตลาดได้อย่างมั่นคง เช่นบริษัทขายวัตถุดิบสำหรับทำอาหารบางประเภทแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ไม่ต้องดิ้นรนทำกิจกรรมทางตลาดก็อยู่ได้ ถือว่าเป็นกิจการที่มีบุญ

กิจการใดที่ไม่มีคู่แข่งขันสามารถครอบครองตลาดได้อย่างมั่นคง เช่นบริษัทขายวัตถุดิบสำหรับทำอาหารบางประเภทแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ไม่ต้องดิ้นรนทำกิจกรรมทางตลาดก็อยู่ได้ ถือว่าเป็นกิจการที่มีบุญ

ตรงกันข้ามกับกิจการที่มีคู่แข่งมาก หากไม่ดิ้นรนเข้าไปครอบครองพื้นที่ในตลาดให้ได้ โอกาสม้วยมอดจะสูง

การแข่งขันเข้มข้นขึ้นทุกวัน ธุรกิจใดคิดแค่จะรักษาพื้นที่การตลาดเพียงอย่างเดียวถือว่าไม่พอ ปีนี้รายได้เท่าไรปีหน้าขอแค่นั้นไม่ได้ เพราะเงินเฟ้อเพิ่ม ค่าแรงเพิ่ม ค่าพลังงานเพิ่ม รวมทั้ง คู่แข่ง ก็เพิ่มขึ้น

กิจการใดคิดจะไม่โต เท่ากับเลือกเดินทางไปสู่จุดจบ

ตอนนี้ธุรกิจที่เคยอยู่กันมาอย่างมั่นคงตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ทวด บรรดาลูกหลานเถ้าแก่รุ่นใหม่ที่มองเห็นในตรรกะ “กิจการไม่โตเท่ากับจบ” ต่างตื่นตัวปรับวิสัยทัศน์วางแผนการตลาดกันใหญ่

ยกตัวอย่าง กาแฟเอี๊ยะแซ กาแฟเขาช่อง ... ที่ยกตัวเองขึ้นไปเป็นธุรกิจที่ยืนได้อย่างงดงามอีกระดับหนึ่งที่น่าศึกษาเชียวค่ะ

ธุรกิจทุกขนาดในปัจจุบันนี้ต้องรุกอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญรุกอย่างมีเป้าหมาย แผนการตลาดจึงต้องชัดเจนควบคู่ไปกับแผนการลงทุน 3 ปี 5 ปี 10 ปี ที่ชัดเจน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปที่มีผู้ถือหุ้นมากมาย

นี่คือการทำให้กิจการอยู่แบบมีอนาคต

เรากลับมาดูบริษัท ไปรษณีย์ไทย เป็นตัวอย่างอีกครั้งค่ะ หลังจากแยกตัวออกมาจากการสื่อสารแห่งประเทศไทยแล้ว ก็เข้ามาสู่สัจธรรมที่ว่า

“กิจการไม่โตเท่ากับจบ”

เพราะถูกบริษัทประเภท Express ประกาศตัวแย่งตลาดอย่างดุดัน ถ้าไม่หาทางสร้างพื้นที่ทางการตลาดเพิ่มคงเสร็จแน่ พวกเขาจึงระดมความคิดหากิจกรรมการตลาดใหม่ๆ ขึ้น

คนทั่วไปที่จบการตลาดหรือติดอยู่กับตำราต่างประเทศ มักจะคิดแต่เรื่องทันสมัย ดูหวือหวาและเท่

แต่ท่านผู้อ่านคะ ในหลายๆ ความคิดต้นแบบของบริษัท ไปรษณีย์ไทย กลับไม่หวือหวาเหมือนในตำราที่เรียนในหลักสูตร MBA เอาเสียเลย

เช่น ไปรษณีย์จะให้บริการส่งไส้อั่ว/แหนมเนือง/สั่งจองพระเครื่อง ฯลฯ ทั่วประเทศ

ฟังแล้วรู้สึกว่าแปลก หรือรู้สึกว่า “ฮึ่ย” หรืออาจถามอยู่ในใจว่า

“จริงอะดิ”

“คิดได้ไง??”

แต่ความคิดขำๆ นี่แหละค่ะ เมื่อได้นำมาทำให้เป็นกิจกรรมการตลาดที่เป็นเรื่องจริงที่ชื่อ

“อร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์ 1545”

บริการสั่งซื้ออาหารข้ามภาค เหนืออีสานใต้ ตรงผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1545 และ 158 ปณ.ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น ไส้อั่วจากเชียงใหม่ แหนมเนืองจากอุดรฯ หนองคาย แหนมซี่โครงและหมูยอจากอุบลราชธานี และน้ำมะม่วงหิมพานต์จากภูเก็ต รวมถึงการสั่งจองพระเครื่องผ่านทางไปรษณีย์

เชื่อไหมคะว่านี่คือรายได้หมวดใหม่ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย ที่มากเกินคาด โดยเฉพาะรายได้จากการสั่งจองหมวดพระเครื่องมากอย่างน่าตกใจ เพราะคนเช่าพระเครื่องมั่นใจว่าการสั่งผ่านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จะได้ของแท้ ไม่ปลอมแน่นอน

นี่แหละค่ะ การเติบโตขององค์กรต้องการกิจกรรมการตลาดที่แปลกใหม่

ท่านผู้บริหารธุรกิจทั้งหลายคะ...ลองให้พนักงานช่วยกันคิดหากิจกรรมทางการตลาดที่ทำให้คนตกใจบ้างสิคะ

เน้นให้คิดแบบ... ฟังแล้วชวนตกกะใจหงายหลังนะค่ะ

(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร