
ยันไม่ล็อกสเปกไอพีพีเหตุกัลฟ์ค่าไฟต่ำสุด
“เรกูเลเตอร์” เคลียร์ปมไอพีพีล็อกสเปก ยันโปร่งใส อิงเกณฑ์การประมูลไอพีพีฉบับเก่า โดยกลุ่มกัลฟ์คว้าชนะรายเดียว จากเหตุอ้างผู้ชนะเสนอค่าไฟถูกสุด
“เรกูเลเตอร์” เคลียร์ปมไอพีพีล็อกสเปก ยันโปร่งใส อิงเกณฑ์การประมูลไอพีพีฉบับเก่า โดยกลุ่มกัลฟ์คว้าชนะรายเดียว จากเหตุอ้างผู้ชนะเสนอค่าไฟถูกสุด
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังหารือกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เรื่องผลการประมูลผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ว่า ทางเรกูเลเตอร์ได้ยืนยันการพิจารณาเลือกกลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ ที่จับมือกับบริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) ให้เป็นผู้ชนะการประมูลเพียงรายเดียวได้ผลิตไฟฟ้ารวม 5,000 เมกะวัตต์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ ไม่ได้มีการล็อกสเปกแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เรกูเลเตอร์ได้ชี้แจงใน 3 ประเด็นหลักที่มีการตั้งข้อสังเกต ประกอบไปด้วย 1.หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกไอพีพี มีความโปร่งใสคล้ายกับเงื่อนไขการพิจารณาไอพีพีรอบที่แล้วและเปิดกว้างมากขึ้น 2.ผู้ผ่านพิจารณาด้านเทคนิค 6 ราย แข่งขันเสนอราคา มีคณะทำงานประเมินข้อเสนอ 2 ชุดใดไม่เห็นด้วย ให้บอร์ดเรกูเลเตอร์เป็นผู้ตัดสินใจ 3.เหตุผลที่เลือกให้กลุ่มบริษัท กัลฟ์ฯ ชนะการประมูลเนื่องจากเสนอราคาค่าไฟฟ้าโดยคำนึงถึงค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักภาพรวม 6 ปีที่ถูกที่สุด ในราคา 4.2372 บาทต่อหน่วย กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 5,000 เมกะวัตต์ แยกเป็น 2 สัญญา สัญญาละ 2,500 เมกะวัตต์
ด้านนายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการเรกูเลเตอร์ กล่าวว่า เรกูเลเตอร์พิจารณา ผู้เสนอขายไฟฟ้าที่ผ่านการพิจารณาด้านเทคนิค จำนวน 6 ข้อเสนอ จะต้องนำมาจัดกลุ่มผู้ยื่นเสนอขายไฟฟ้าเป็น 4 แนวทาง โดยทางเลือกที่ 1 คือ กลุ่มกัลฟ์ฯ เสนอขายไฟฟ้าถูกที่สุด แต่มีข้อเสียตรงที่มีกำลังการผลิตรับซื้อซื้อมีเพียง 5,000 เมกะวัตต์ ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด 5,400 เมกะวัตต์ แนวทางที่ 2 เป็นกลุ่มการรวมของบริษัท คลองหลวง บริษัท โกลว์ และกัลฟ์ฯ ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 4.266 บาทต่อหน่วย แต่มีข้อเสียคือมีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงกว่าเป้าหมาย 75 เมกะวัตต์ และมีค่าไฟสูงกว่าทางเลือกแรก 2.9 สตางค์ต่อหน่วย คิดเป็นมูลค่า 32,163 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา 25 ปี ขณะที่แนวทางที่ 3 และ 4 มีค่าไฟสูงกว่าแนวทางที่ 1
อย่างไรก็ตามแม้ไอพีพีรอบนี้จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 5,000 เมกะวัตต์ ต่ำกว่าเป้าหมาย400 เมกะวัตต์ แต่ส่วนที่ขาดไปจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และไม่ส่งผลกระทบต่อกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่ยังสามารถรักษาไว้ไม่ต่ำกว่า 15% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ส่วนกรณีผู้ยื่นอุทธรณ์การคัดเลือกไอพีพี จะไม่มีผลทุเลาต่อการดำเนินการขบวนการคัดเลือก โดยเดินหน้าตามขั้นตอนที่กำหนดไว้







