posttoday
ออกแบบบ้านรับมือภัยธรรมชาติ

ออกแบบบ้านรับมือภัยธรรมชาติ

02 กรกฎาคม 2556

ภัยที่เกิดจากธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม และลมพายุ เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าจะเกิดเมื่อไร สิ่งที่ทำได้คือป้องกันด้วยการมองการณ์ไกลว่าอาจเกิดปัญหาใดและเตรียมพร้อมหาวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง ดังนั้นก่อนที่จะออกแบบหรือก่อสร้างบ้าน จึงควรคำนึงถึงปัญหาเหล่านี้ให้มาก

ภัยที่เกิดจากธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม และลมพายุ เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าจะเกิดเมื่อไร สิ่งที่ทำได้คือป้องกันด้วยการมองการณ์ไกลว่าอาจเกิดปัญหาใดและเตรียมพร้อมหาวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง ดังนั้นก่อนที่จะออกแบบหรือก่อสร้างบ้าน จึงควรคำนึงถึงปัญหาเหล่านี้ให้มาก

บ้านส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติมากๆ จะตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ในพื้นที่ธรรมชาติอย่างป่าเขา ทุ่งหญ้า ท้องนา หรือริมน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงภัยดังกล่าว ก็ควรออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนั้นๆ “บ้านและสวน” มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

พื้นดินที่ตั้งนั้นสำคัญไฉน

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวหรือน้ำป่าไหลหลาก สภาพชั้นดินที่แข็งแรงจะช่วยยึดบ้านให้ปลอดภัย ควรเลี่ยงปลูกบ้านบนพื้นที่ที่เป็นหินกรวด ทราย หรือดินเหลว ควรเลือกพื้นที่ที่เป็นชั้นหินแข็งแรง หรือชั้นดินที่หนาแน่น ลองสำรวจด้วยตาเปล่าก่อนขั้นแรก และให้แน่ใจควรให้วิศวกรเจาะสำรวจอีกครั้ง

หลีกเนินหินและต้นไม้ใหญ่

ควรหลีกเลี่ยงการปลูกบ้านบนหรือภายใต้เนินหินที่มีโอกาสถล่มลงมาได้ รวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่สามารถล้มลงมาทับบ้านเมื่อเกิดลมพายุ และอย่าลืมเว้นระยะให้ห่างจากรัศมีการล้มของต้นไม้ด้วย

ส่วนยอดและส่วนต่ำสุดนั้นอันตราย

ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ลมพายุจะมีกำลังแรงที่สุดเมื่อพัดผ่านยอดเขา ยอดเนิน หรือที่ราบหุบเขาต่ำลงไป จึงไม่ควรปลูกบ้านบริเวณนี้

หลังคาเบาบ้านไม่ถล่ม

บ้านที่มีหลังคาหรือส่วนบนของบ้านหนักเกินไป ไม่ว่าจะด้วยวัสดุที่ใช้ทำหรือมีสิ่งของบรรทุกมาก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวหลังคามีโครงจะถล่มลงมาง่ายกว่าอาคารที่มีหลังคาน้ำหนักเบา รวมไปถึงการใช้วัสดุที่ยืดหยุ่น เช่น ไม้ หรือเหล็ก ก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงมากขึ้นด้วย

หลายวัสดุหลายรอยต่อ

ผนังของบ้านหรืออาคารไม่ควรประกอบด้วยวัสดุที่หลากหลายมากเกินไป เพราะจะทำให้มีรอยต่อมากมายกลายเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดของบ้าน มีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียหายได้ก่อนส่วนอื่นๆ ควรเลือกใช้วัสดุทำผนังเพียงชนิดเดียวและต้องมีความยืดหยุ่นสูงด้วย

เพิ่มความยาวเข็ม

หากทราบว่าหน้าดินของพื้นที่ที่จะสร้างบ้านมีการสไลด์ ควรออกแบบเสาเข็มให้มีความยาวมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการเสียหายของหน้าดินที่จะส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง

สำรวจระดับน้ำที่เคยท่วมถึง

เมื่อทราบระดับน้ำที่เคยท่วมถึงแล้ว ควรออกแบบหรือสร้างบ้านให้ยกสูงจากระดับน้ำนั้นพอควร โดยตัวบ้านต้องตั้งบนเสาเข็ม หรือกำแพงกันดินที่แข็งแรง อาจเสริมโครงสร้างทแยงเพื่อรัดโครงสร้างบ้านให้แข็งแรงขึ้น

แยกอาคารลดอัตราเสี่ยง

รูปทรงอาคารที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อเกิดลมพายุ คือ รูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก อาคารที่มีขนาดใหญ่หรือทอดตัวยาวเป็นรูปตัวแอล (L) โดยไม่ได้แยกอาคารออกจากกัน ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายมากกว่า

ทรงหลังคาที่ลู่ลม

หลังคาที่มีความลาดเอียงทั้งสี่ด้าน หรือที่เรียกว่า “ปั้นหยา” เป็นทรงหลังคาที่ปลอดภัยจากลมพายุมากกว่าทรงจั่ว ทรงหมาแหงนและหลังคาแบนราบ

ระวังช่องเปิดเหนือผนัง

ไม่ควรทำช่องเปิดที่ลมสามารถพัดผ่านได้ที่บริเวณระหว่างเหนือผนังกับใต้หลังคา เพราะลมจะสามารถพัดผ่านและพัดเอาหลังคาหลุดลอยไปได้ หากต้องการช่องเปิด ควรพิจารณาตำแหน่งที่ต่ำลงมาประมาณ 1 เมตร

หลีกเลี่ยงกระจก

ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระจกมาทำเป็นประตูและหน้าต่าง ลองเลือกใช้ไม้ อะลูมิเนียม เหล็ก หรือพลาสติกแทน แต่หากต้องการจะใช้จริงๆ ก็ควรเป็นกระจกนิรภัย เพราะเมื่อแตกแล้วจะแตกละเอียดเป็นเม็ดเล็กๆ หรือเลือกกระจกลามิเนตที่มีฟิล์มสอดอยู่ตรงกลาง เวลาแตกก็จะไม่หล่นลงมา เพราะมีฟิล์มป้องกันอยู่

เปิดออกแข็งแรงกว่า

ประตูบานเปิดออกสู่ภายนอกจะมีความแข็งแรงทนทานต่อแรงลมมากกว่าบานประตูที่เปิดเข้าภายในบ้าน

แยกกันสาดจากหลังคา

ไม่ควรให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งของกันสาดเชื่อมต่อกับหลังคา เพราะหากเกิดความเสียหายกับกันสาดก็จะไม่ส่งผลไปถึงหลังคา นอกจากนี้ไม่ควรออกแบบชายคาที่ยื่นยาวเกินไป เพราะจะเพิ่มพื้นที่ในการประทะของลมให้มากขึ้น และก็จะเกิดความเสียหายมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร