
สรุปข่าวการเงิน
ลดจีดีพีรับเศรษฐกิจทรุด
ลดจีดีพีรับเศรษฐกิจทรุด
สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจนขึ้น หน่วยงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล และสถาบันการเงินหลายแห่งทยอยปรับลดเป้าการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2556 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ลดเป้าการขยายตัวเหลือ 4.5% สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เตรียมปรับลดประมาณการเศรษฐกิจลงเช่นกันขณะที่สถาบันการเงิน เช่น ธนาคารกสิกรไทย ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้เหลือ 4% จากเดิม 4.8% ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ลดเป้าเหลือ 44.5%
ปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน สหรัฐส่งสัญญาณยุติมาตรการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ (คิวอี) เศรษฐกิจจีนที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หลังมีคำเตือนจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศที่กังวลหนี้เสียภาคธนาคารของจีนที่เพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางสภาพคล่องในระบบที่ตึงตัว เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัวทุกตลาด ส่งผลให้ตัวเลขเดือน พ.ค. หดตัว 5.25% และการส่งออก 5 เดือนแรกของไทยขยายตัวเพียง 2%
นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศหมดแรงส่ง เช่น นโยบายรถคันแรกที่การส่งมอบรถยนต์ให้ผู้ซื้อจะสิ้นสุดในช่วงไตรมาส 3 การปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกเหลือ 1.2 หมื่นบาทต่อตัน หนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปี ส่งผลให้กำลังซื้อภายในประเทศถูกบั่นทอนลงอย่างหนัก ขณะที่การลงทุนภาครัฐที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังไม่สามารถเดินหน้าได้ โดยเฉพาะการลงทุนโครงการน้ำ 3 แสนล้านบาท
แบงก์ลดอัตราดอกเบี้ยบ้าน
ธนาคารกสิกรไทย ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสินเชื่อบ้านทุกประเภทลง 0.25% ทั้งในส่วนที่เป็นดอกเบี้ยคงที่ 13 ปี และดอกเบี้ยลอยตัวพิเศษ 13 ปีแรก โดยธนาคารให้เหตุผลว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ก่อนหน้านี้ ประกอบกับภาวะการแข่งขันในตลาดสินเชื่อบ้านที่มีรุนแรงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามธนาคารกสิกรไทยเพิ่มความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อบ้านเพื่อลดความเสี่ยง
ทองคำร่วงหนัก
ราคาทองคำทั้งในและต่างประเทศมีความผันผวนอย่างมาก เริ่มจากราคาทองคำในต่างประเทศปรับตัวลดลงต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี โดยราคาลดเหลือ 1,248 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้น ทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักการถือครองสินทรัพย์ประเภททองคำ แต่หลายประเทศได้ใช้จังหวะนี้เข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง เช่น ตลาดในประเทศไทย ประชาชนแห่ซื้อทองคำย่านเยาวราชแน่นขนัด หลังราคาทองแท่งขายออกปรับตัวลงแตะระดับบาทละ 18,350 บาท ทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 18,750 บาท โดยมีการประเมินว่าน่าจะหล่นลงไปที่บาทละ 17,000 บาท
หามาตรการอุ้มชาวนารับลดราคาจำนำ
หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้าเหลือ 1.2 หมื่นบาทต่อตัน จาก 1.5 หมื่นบาทต่อตัน และให้มีผลวันที่ 30 มิ.ย. ทำให้ชาวนาแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจรัฐบาลอย่างหนัก มีการนัดชุมนุมประท้วง ยื่นหนังสือให้รัฐบาลบททวนการปรับราคารับจำนำข้าวมาอยู่ที่เท่าเดิม คือ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน แต่รัฐบาลมอบหมายให้ กขช.พิจารณาทบทวนในเรื่องนี้และเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน กขช.จะเรียกประชุม กขช.วันที่ 1 ก.ค. แต่นายกิตติรัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า การปรับราคาข้าวเปลือกมาเป็น 1.5 หมื่นบาท เป็นไปได้ยาก เพราะเป็นราคาที่ไม่สอดคล้องกับราคาตลาด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงจัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือชาวนาเพื่อเสนอที่ประชุม กขช. โดยจัดเตรียมวงเงินสินเชื่อต่ำ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% เพื่อปล่อยสินเชื่อให้ชาวนา 2 แสนราย ที่ไม่สามารถนำข้าวเปลือกเข้าโครงการได้ที่ราคา 1.5 หมื่นบาทต่อตันได้ทัน







