
บลจ.กสิกรไทยลดถือหุ้น
ฟันกำไรแล้วดัชนีใกล้820จุด โอดการเมืองยังไม่แน่นอนสูง
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กสิกรไทย ลดน้ำหนักหุ้น ถือเงินสดเพิ่ม ปรับพอร์ตเน้นหุ้นได้ผลดีจากปัจจัยต่างประเทศ ยอมรับทยอยขายทำกำไรตั้งแต่ดัชนีใกล้ 820 จุดน.ส.โศภนา เจนบวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดความรุนแรงทางการเมืองจนทำให้ดัชนีหุ้นปรับลดลงต่อเนื่อง บลจ.กสิกรไทย จึงลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นและถือเงินสดเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะการลงทุนที่มีความไม่แน่นอนสูง
นอกจากนี้ ยังปรับเปลี่ยนหุ้นในพอร์ตของกองทุนอีก โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคง บริษัทที่มียอดขายอิงกับปัจจัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทที่ได้ประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว เช่น ราคาน้ำมัน ปิโตรเคมี อาหาร และส่งออก รวมทั้งบริษัทที่มีอัตราจ่ายเงินปันผลสูง
“
ถ้าเป็นหุ้นที่ยอดขายอิงกับต่างประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศ แต่ราคาปรับลดลง ซึ่งหากดูหุ้นรายตัวจะเห็นว่าราคาหุ้นหลายตัวปรับลดลงมาจนถึงระดับที่เรียกว่าราคาถูกแล้ว เพียงแต่ภาพรวมยังน่ากังวล ทำให้ต้องระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น” น.ส.โศภนา กล่าวน.ส.โศภนา กล่าวว่า ในช่วงที่ดัชนีหุ้นเข้าใกล้ 820 จุด ได้ทยอยขายทำกำไรหุ้นออกไปบ้างแล้ว เนื่องจากหุ้นหลายตัวราคาปรับขึ้นมาจนใกล้ราคาเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งดัชนีเข้าใกล้เป้าหมายที่ บลจ.กสิกรไทย ประเมินไว้ที่ 820840 จุด ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น
“
ปีที่แล้วเราประเมินดัชนีของปีนี้เอาไว้ที่ 820 จุด แต่พอต้นปีก็ขยับขึ้นมาเป็น 840 จุด เพราะฉะนั้นพอดัชนีเข้าใกล้เป้าหมายที่มองไว้ ก็เริ่มระมัดระวังการลงทุนมากขึ้นและขายหุ้นออกไปตามระบบที่ตั้งไว้อยู่แล้ว โดยมองว่าแม้จะไม่มีความรุนแรงทางการเมือง นักลงทุนก็พร้อมขายทำกำไรได้ตลอดเวลา เพราะหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นมามากแล้ว” น.ส.โศภนา กล่าวอย่างไรก็ตาม หากไม่มีปัจจัยทางการเมืองในประเทศเข้ามากดดันตลาดหุ้น เชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสไปถึง 930 จุด ได้ในปีนี้ เนื่องจากสภาพคล่องจากต่างประเทศยังไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนกล้าลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
น.ส.โศภนา กล่าวว่า นักลงทุนระยะยาวควรจะใช้จังหวะนี้เลือกซื้อกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นปันผลที่ค้างรับปันผล หรือลงทุนหุ้นที่ยังค้างจ่ายเงินปันผล เพราะราคาหุ้นปรับลดลงมามากแล้ว จะทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงขึ้น รวมทั้งซื้อกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแทนที่จะรอซื้อช่วงปลายปี







