posttoday
แบงก์กรุงศรีฯหดจีดีพีไทย

แบงก์กรุงศรีฯหดจีดีพีไทย

28 มิถุนายน 2556

ธนาคารกรุงศรีอยุธยาหั่นคาดการณ์จีดีพีปีนี้เหลือ 44.5% ชี้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยอ่วมหลังการใช้จ่ายในประเทศ

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

ธนาคารกรุงศรีอยุธยาหั่นคาดการณ์จีดีพีปีนี้เหลือ 44.5% ชี้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยอ่วมหลังการใช้จ่ายในประเทศ

รุ่งศักดิ์ สาธุธรรม ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิจัยธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปีนี้ลงมาอยู่ที่ระดับ 44.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 4.85.3% เนื่องจากมองว่าในช่วงที่เหลือของปีไทยจะต้องเผชิญกับสองความเสี่ยงหลัก ได้แก่ การใช้จ่ายในประเทศที่แผ่วแรงลงและการส่งออกที่ชะลอตัว จึงเชื่อว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มจะชะลอลงสู่ระดับ 3.54% ต่ำกว่าในครึ่งปีแรกที่เติบโตได้ 4.7%

ปัจจัยลบที่จะมีน้ำหนักต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด คือ ภาวะการบริโภคภายในประเทศที่แผ่วแรงลงตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ รถคันแรก บ้านหลังแรก และมาตรการช่วยน้ำท่วม ที่หมดอายุลงไป ส่วนมาตรการที่คงอยู่ เช่น นโยบายจำนำข้าวยังมีการปรับลดวงเงินลง 3,000 บาทต่อตัน ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนที่จะหายไปจากระบบราว 6 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ภาคการส่งออกซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวเกินคาดของเศรษฐกิจจีน ทำให้ทั้งปีนี้น่าจะขยายตัวได้ไม่เกิน 35% ต่ำกว่าที่ทางการได้คาดการณ์ก่อนหน้านี้เอาไว้ที่ 7% เพราะการส่งออกจากไทยไปจีนในปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 10% ของมูลค่าการส่งออกรวม

“ในช่วงครึ่งปีหลังเรามองว่าความต่อเนื่องของการบริโภคภายในประเทศจะหายไป ขณะที่การส่งออก 5 เดือนแรกยังโตได้แค่ 2% ดังนั้น ทั้งปีคงโตไม่เกิน 35% นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผันผวนรุนแรง ซึ่งจะกระทบตลาดเงิน ตลาดเก็งกำไรและต้นทุนการกู้ยืม” รุ่งศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะยังได้รับปัจจัยบวกจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระยะ 7 ปี มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท และแผนจัดการน้ำระยะ 45 ปี มูลค่า 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล หากสามารถผ่านปัญหาการฟ้องร้องด้านสิ่งแวดล้อมมาได้ รวมถึงการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเหลือ 20% การเข้าสู่เออีซีและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นตัวช่วยหนุนการลงทุนในประเทศ

แม้ธนาคารจะมองว่าการบริโภคภายในประเทศได้เริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัวแล้ว แต่เชื่อว่าแนวโน้มดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายสินเชื่อของธนาคารที่ 11% ในปีนี้ เนื่องจากความต้องการใช้จ่ายของคนในช่วงเทศกาลปลายปีจะยังมีอยู่ ขณะเดียวกันสินเชื่อส่วนใหญ่ของธนาคารยังเป็นสินเชื่อรายย่อย ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจช้า

ดังนั้น ในช่วงครึ่งปีหลังธนาคารจึงมีแผนจะออกแคมเปญเงินฝาก เพื่อระดมสภาพคล่องไว้รองรับการเติบโตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันซึ่งมีต้นทุนต่ำ นอกจากนี้ ธนาคารจะมีการทำงานที่ใกล้ชิดกับบริษัทในเครือทั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรีและบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีมากขึ้น เพื่อเพิ่มการถือครองผลิตภัณฑ์ของลูกค้าจากปัจจุบันอยู่ที่ 2.8 ผลิตภัณฑ์ต่อหัว เป็น 3 ผลิตภัณฑ์ต่อหัวภายในสิ้นปี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน