
เกษตรฯถกราคาขายผลไม้ไทยในตลาดจีน
เกษตรฯ ตั้งคณะทำงานร่วมจีน หาต้นทุนผลไม้ไทยใหม่ หลังจีนตั้งราคาสูง ทำขยายตลาดยาก
เกษตรฯ ตั้งคณะทำงานร่วมจีน หาต้นทุนผลไม้ไทยใหม่ หลังจีนตั้งราคาสูง ทำขยายตลาดยาก
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เตรียมตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาร่วมกับทางการจีน เพื่อพิจารณาหาต้นทุนที่เหมาะสมของราคาสินค้าเกษตรไทยโดยเฉพาะผลไม้ เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากปัจจุบันจีนคำนวณราคาผลไม้ไทยไว้สูงมากเมื่อบวกกับภาษีมูลค่าเพิ่มทำให้ราคาผลไม้ไทยในประเทศจีนสูงเกินไป โดยคณะทำงานที่จะเจรจาประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย
ทั้งนี้ เมื่อเดือน พ.ค. กระทรวงเกษตรฯ โดยสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง และผู้แทนสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง ได้หารือกับผู้แทนกระทรวงศุลกากรจีน โดยขอให้จีนตั้งราคาประเมินสะท้อนราคาที่แท้จริงและให้ใช้ราคาที่ซื้อขายในไทยเป็นข้อมูล พร้อมขอให้ใช้ราคาที่สอดคล้องกับฤดูกาลของผลไม้
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การจัดทำข้อมูลราคาผลไม้ไทยที่จะส่งให้ศุลกากรจีนสามารถนำไปใช้ในการกำหนดราคาประเมินสำหรับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ไทยไปจีน กระทรวงเกษตรฯจึงได้มีแนวทางเพื่อจัดตั้งคณะทำงานดังกล่าว
นายไพบูลย์ วงศ์โชติสถิต อุปนายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาศุลกากรของจีนไม่ได้ใช้ตัวเลขราคาผลไม้ในปัจจุบันมาคำนวณ และบวกภาษี แต่จะใช้ราคาของเดือนอื่นจึงไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และเมื่อบวกภาษีมูลค่าเพิ่มทำให้ราคาผลไม้ไทยในจีนมีราคาสูงและทำให้ขยายตลาดได้ยาก
“การคำนวณราคามังคุด บางเดือนราคา 35 บาท/กิโลกรัม (กก.) บางเดือน 125 บาท/กก. ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บที่ 13% ซึ่งบางเดือนมังคุดส่งไป กก.ละ 35 บาทก็ควรคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ราคา 35 บาท ซึ่งจะตกประมาณ 4 บาท/กก. แต่จีนกลับใช้ราคา 125 บาทมาคำนวณ ทำให้แวตจะอยู่ที่ 1820 บาท/กก. ราคาผลไม้ไทยจึงกลายเป็น 35 บาทบวกแวต 1820 บาท/กก.เป็นต้น และทำให้ราคาสินค้าที่ส่งไปจีนจากภาษีตู้ละ 4 หมื่นบาทขยับไปถึง 2 แสนบาท ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนมาก แต่การเจรจาครั้งแรกนี้ ยังไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จหรือไม่” นายไพบูลย์ กล่าว
ทั้งนี้ 4 เดือนแรกของปี 2556 ไทยส่งออกสินค้าเกษตร (ไม่รวมยางพารา) ไปจีนมีมูลค่า 29,232 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกสำคัญคือผัก (มันสำปะหลัง) ผลไม้ และมีมูลค่านำเข้าสินค้าเกษตร 13,525 บาท โดยไทยกับจีนมีมูลค่ารวม (รวมทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม) 627,556 ล้านบาท แบ่งเป็น ส่งออก 263,080 ล้านบาท และนำเข้า 364,476 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะสินค้าเกษตร พบว่า ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับจีน 15,707 ล้าน







