
ราคาบ้านสหรัฐสูงขึ้นสัญญาณดีศก.โลก
ศูนย์ข้อมูลฯ ชี้ เห็นสัญญาณฟื้นของราคาบ้านในสหรัฐอเมริกา สะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น
ศูนย์ข้อมูลฯ ชี้ เห็นสัญญาณฟื้นของราคาบ้านในสหรัฐอเมริกา สะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า ราคาที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา ณ สิ้นเดือนเมษายน 2556 ซึ่งเป็นเดือนล่าสุดที่สำรวจ เพิ่มขึ้น 0.7% และเดือนมีนาคม ก็เพิ่มขึ้น 1.5% โดยราคาบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 15 เดือนติดต่อกันแล้ว แสดงชัดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว ซึ่งมีปัจจัยมาจากเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัว จึงมีกำลังซื้อบ้านกลับเข้ามาใหม่ จนดันราคาบ้านเพิ่มขึ้น
"ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เมษายน 2555-2556 ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 7.4% เพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาบ้านในกรุงเทพมหานครที่ประมาณ 5% เสียอีก อย่างไรก็ตามราคาบ้าน ณ เดือนเมษายน 2556 หรือเดือนล่าสุดนี้ ยังต่ำกว่าราคาที่เคยขึ้นสูงสุด ณ เดือนเมษายน 2550 อยู่ประมาณ 11.7% ราคาบ้านล่าสุดนี้เท่ากับราคาบ้านเมื่อเดือนมกราคม 2548 หรือ 27 เดือนก่อนที่ราคาบ้านจะขึ้นสูงสุดและดิ่งเหวลงมา" นายโสภณ กล่าว
ทั้งนี้ มลรัฐที่มีราคากระเตื้องขึ้นสูงสุด ได้แก่มลรัฐแถบมหาสมุทรแปซิฟิก อาทิ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ตลอดจนมลรัฐแถวภูเขา เช่น มลรัฐเนวาดา อาริโซนา และอื่น ๆ ที่เป็นเช่นนี้เพราะมลรัฐเหล่านี้แต่เดิมราคาตกต่ำลงอย่างฮวบฮาบ เพราะการเก็งกำไรกันมหาศาล แต่เมื่อปรับฐานได้ดีแล้ว ก็เติบโตขึ้นมาใหม่
ส่วนมลรัฐที่ราคาบ้านกระเตื้องขึ้นช้า ๆ ได้แก่ มลรัฐนิวยอร์ก นิวเจอร์ซี และฟิลาเดลเฟียทางด้านตะวันออก นอกจากนี้มลรัฐกลุ่มนิวอิงแลนด์ ได้แก่ คอนเน็กติกัด เวอร์มอนต์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือแถวมหาสมุทรแอตแลนติก ก็ยังอยู่ในสภาพซึมๆ แสดงว่าในมลรัฐเหล่านี้ยังไม่น่าลงทุนนัก หากเทียบกับมลรัฐทางทิศตะวันตก
นายโสภณ กล่าวว่า การแก้หนี้ที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกากระเตื้องเพิ่มสูงขึ้น โดยที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาฟื้นตัว ก็น่าจะส่งผลดีต่อโลก ทำให้มีกำลังในการซื้อสินค้าและบริการจากทั่วโลก ทำให้ประเทศต่าง ๆ ได้รับอานิสงส์ไปด้วย คาดว่าประเทศไทยจะได้รับผลดีตามไปด้วยในอนาคต
"จะสังเกตได้ว่า ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกา หรือไทยก็ตามจะตกต่ำก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ อสังหาริมทรัพย์เป็นตัวแปรตามภาวะเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจเฟื่องฟู อสังหาริมทรัพย์ก็เฟื่องฟู หรือในทางตรงกันข้ามเศรษฐกิจตกต่ำ อสังหาริมทรัพย์ก็จะตกต่ำไปด้วย ในภาวะที่เศรษฐกิจของไทยยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีประมาณ 4-6% ในห้วงปี 2556-2558 นี้ เชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังจะเติบโตต่อเนื่อง" นายโสภณ กล่าว







