
ยืดขายพันธบัตร
สบน.ขอคลังเลื่อนขายไทยเข้มแข็ง ออมทรัพย์แสนล้านเล็งขายพ.ค.นี้
โพสต์ทูเดย์
— สบน. ชง ครม. เสนอรายละเอียดออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง 2 ยังเน้นขายผู้สูงอายุนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 เม.ย.นี้ จะนำเรื่องเสนอนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พิจารณาแนวทางการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งรอบ 2 วงเงิน 1 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ พันธบัตรดังกล่าวจะกำหนดให้ขายตั้งแต่วันที่ 1721 พ.ค.นี้ เป็นการเลื่อนขายครั้งที่ 3 จากเดิมกำหนดไว้ในช่วงระหว่างวันที่ 2930 มี.ค. และบุคคลทั่วไประหว่างวันที่ 31 มี.ค.2 เม.ย.นี้ แต่เนื่องจากเห็นว่าเหตุการณ์ทางการเมืองยังไม่ชัดเจน จึงเลื่อนการขายออกไปในช่วงที่เหมาะสมและประชาชนที่จะซื้อพันธบัตรได้ประโยชน์มากที่สุด
ทั้งนี้ ในช่วงแรกวันที่ 12 ของการขาย กำหนดขายให้กับผู้สูงอายุ และหากพันธบัตรยังเหลืออยู่ในช่วงที่ 2 ได้กำหนดขายให้กับบุคคลธรรมดา และช่วงที่ 3 เปิดจำหน่ายให้กับนิติบุคคลที่เป็นองค์กรสาธารณกุศล ไม่แสวงหากำไร
สำหรับเงื่อนไขการจำหน่ายให้จองซื้อได้ขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท ถึง 1 ล้านบาทต่อราย กระทรวงการคลังยังคาดว่าจะสามารถขายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในครั้งนี้ได้ทั้งหมด เพราะความต้องการซื้อพันธบัตรในตลาดยังมีอยู่จำนวนมาก
ทางด้านอัตราดอกเบี้ยที่จะจ่ายให้กับผู้ซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ก็ต้องพิจารณาให้ชัดเจนให้เหมาะสมตามสภาพของตลาด โดยจะประกาศอัตราดอกเบี้ยก่อนจำหน่ายพันธบัตรประมาณ 12 สัปดาห์ จากปัจจุบันอยู่ในระดับเฉลี่ย 4% ต่อปี
กรณีที่กำหนดให้พันธบัตรมีอายุ 6 ปี เนื่องจากเป็นการระดมทุนเพื่อไปใช้รีไฟแนนซ์พันธบัตรที่ครบกำหนดในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่ต้องการให้มีอายุ 5 ปีซ้อนกับพันธบัตรรุ่นอื่น
การจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้ มีธนาคารของรัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายถึง 17 แห่ง รวมทั้งธนาคารออมสินจะจัดสรรยอดจำหน่ายให้ตามฐานเงินฝากและปริมาณลูกค้าของธนาคาร
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ไทยนั้น จังหวะเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทางการที่มีแนวโน้มเลื่อนออกไปน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ต้องการแสวงหาเงินลงทุน เพราะทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่มีแนวโน้มไม่ปรับขึ้นมากน่าจะเอื้อต่อการออกหุ้นกู้เอกชนด้วยต้นทุนการระดมทุนที่ไม่แพงมากนัก
สำหรับผู้ออม ทางเลือกการออมที่เสนอผลตอบแทนจูงใจ อาทิ พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง หุ้นกู้เอกชนที่มีฐานะการเงินมั่นคง กองทุนรวมต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษของธนาคารพาณิชย์ น่าจะยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้ออมเงิน ท่ามกลางภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปยังมีแนวโน้มยืนที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง







