
การเมือง-ต่างชาติทิ้งหุ้น เงินบาทแกว่งตัวผันผวน
....ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
เงินบาทในประเทศแกว่งตัวอย่างผันผวนในช่วง 2 วันทำการของสัปดาห์ (1216 เม.ย. 2553) โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ สวนกระแสความแข็งแกร่งของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค
เงินบาทถูกกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศ และแรงขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ แต่กระนั้นเงินบาทหักล้างช่วงติดลบดังกล่าวลงบางส่วนในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะดิ่งลงอย่างหนักและนักลงทุนต่างชาติจะยังคงมีสถานะขายสุทธิ
ทั้งนี้ การฟื้นตัวขึ้นของเงินบาทเป็นการปรับตัวตามทิศทางสกุลเงินเอเชีย ที่ล้วนปรับตัวในทิศทางที่แข็งค่าขึ้นในช่วงระหว่างที่ตลาดการเงินไทยปิดทำการเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ (หลังจากธนาคารกลางสิงคโปร์ หรือ MAS คุมเข้มนโยบายการเงินด้วยการปรับเพิ่มค่าเงินเหรียญสิงคโปร์ ขณะที่ความแข็งแกร่งของจีดีพีไตรมาส 1/2553 ของจีน ก็เป็นปัจจัยหนุนการคาดการณ์เงินหยวน)
สำหรับในวันศุกร์ เงินบาทแข็งค่ามาปิดตลาดปลายสัปดาห์ที่ระดับ 32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับระดับ 32.21 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 เม.ย. 2553)
ในสัปดาห์นี้ (1923 เม.ย. 2553) ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ขณะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินคงจะขึ้นอยู่กับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยในวันที่ 21 เม.ย. 2553 ซึ่งเป็นที่คาดการณ์ว่า กนง. น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ตามเดิม ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง
ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.1032.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ ปัจจัยการเมืองในประเทศ ผลการประชุมนโยบายการเงิน สัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของ ธปท. และทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค ขณะที่ทิศทางของเงินเหรียญสหรัฐอาจขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ อาทิ ยอดขายบ้านใหม่บ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน มี.ค. และรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์วิกฤตหนี้ของกรีซ และรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2553 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐอีกด้วย
n การเคลื่อนไหวของเงินเยนและเงินยูโรในสัปดาห์ที่ผ่านมา
เงินเยนทรงตัวก่อนขยับแข็งค่าเล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ เงินเยนค่อนข้างทรงตัวในช่วงต้นสัปดาห์ โดยปัจจัยบวกจากกระแสการคาดการณ์เงินหยวนและการปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของธนาคารกลางญี่ปุ่น ถูกหักล้างด้วยปัจจัยลบจากการฟื้นตัวของความต้องการเสี่ยงของนักลงทุน หลังมีการเปิดเผยรายละเอียดของแผนการให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับกรีซ และโครงร่างข้อเสนอแนวนโยบายต่อสู้ภาวะเงินฝืดของสมาชิกพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่นที่ระบุถึง ระดับเหมาะสมของค่าเงินเยนที่ 120 เยนต่อเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี เงินเยนขยับแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางปลายสัปดาห์ท่ามกลางแรงเทขายเงินเหรียญสหรัฐ จากกระแสการคาดการณ์เงินหยวนภายหลังการปรับเพิ่มค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ของ MAS การเพิ่มขึ้นมากเกินคาดของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และท่าทีที่ค่อนข้างระมัดระวังในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของประธานเฟดในแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรสในช่วงระหว่างสัปดาห์
นอกจากนี้ การกลับมาเลี่ยงความเสี่ยงอีกครั้งของนักลงทุนก็หนุนค่าเงินเยนในฐานะที่เป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยด้วยเช่นกัน สำหรับในวันศุกร์ เงินเยนปรับตัวอยู่ที่ระดับ 92.77 (ตลาดยุโรป) เทียบกับระดับ 93.15 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 เม.ย.) ทั้งนี้นักลงทุนรอการเปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐในช่วงตลาดนิวยอร์ก
n เงินยูโรขยับแข็งค่าก่อนลดช่วงบวกปลายสัปดาห์
เงินยูโรแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นกลางสัปดาห์ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนในการประมูลตั๋วเงินคลังของกรีซจะปรับเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ยังคงเตือนถึงความเสี่ยงที่กรีซจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงอีกในระยะ 1218 เดือนข้างหน้า โดยเงินยูโรได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อคืนเงินยูโรของนักลงทุน ภายหลังมีการเปิดเผยรายละเอียดของแผนการช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซที่มีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนเงินเหรียญสหรัฐ ถูกกดดันหลังจากแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรสของประธานเฟดในช่วงกลางสัปดาห์ สะท้อนมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่ค่อนข้างระมัดระวัง
นอกจากนี้ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และข้อมูลยอดค้าปลีกเดือน มี.ค. ที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ก็เป็นปัจจัยที่หนุนแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง และเป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินยูโรด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีเงินยูโรลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการนำแผนการช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซมาใช้จริงในทางปฏิบัติ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในยูโรโซนก็อาจต้องเพิ่มความพยายามมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาด้านการคลัง สำหรับในวันศุกร์ เงินยูโรอ่อนค่ามาที่ระดับ 1.3528 (ตลาดยุโรป) เทียบกับระดับ 1.3496 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 เม.ย.) จุดสนใจของนักลงทุนอยู่ที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐในช่วงตลาดนิวยอร์ก







