posttoday
อินโดฯนำเข้าผลไม้ไทยอีกยก

อินโดฯนำเข้าผลไม้ไทยอีกยก

26 มิถุนายน 2556

ครึ่งปีหลังให้โควต้าอีกล็อต8.7หมื่นตันชาวสวนทุเรียนลำไยหอมแดงเฮ

ครึ่งปีหลังให้โควต้าอีกล็อต8.7หมื่นตันชาวสวนทุเรียนลำไยหอมแดงเฮ

เกษตรกรเฮ อินโดฯ เปิดโควต้ารับผลไม้ไทยครึ่งปีหลังกว่า 8.7 หมื่นตัน ช่วยระบายทุเรียน ลำไย มะม่วง

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงจาการ์ตา รายงานว่า ในเร็วๆ นี้กระทรวงการค้าต่างประเทศอินโดนีเซียจะประกาศให้โควต้าการส่งออกพืชสวนของไทยไปยังอินโดนีเซียในช่วงที่ 2 ระหว่างเดือน ก.ค.–ธ.ค.นี้ โดยคาดว่าปริมาณส่งออกสินค้าประมาณ 8.7 หมื่นตัน โดยเฉพาะทุเรียนและหอมแดงที่ก่อนหน้านั้น อินโดฯ ระงับการนำเข้า เพราะเป็นช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศออกสู่ตลาด

สำหรับโควต้าสินค้าเกษตรที่คาดว่าอินโดฯ จะจัดโควต้าให้ไทยประกอบด้วยทุเรียนได้ถึง 1.1 หมื่นตัน ลำไย 4.5 หมื่นตัน มะม่วง 1,000 ตัน หอมแดง 1.2 หมื่นตัน พริก 1.85 หมื่นตัน

สำหรับขั้นตอนการนำเข้าพืชสวนจากไทยนั้น ผู้ประกอบการของอินโดนีเซียจะต้องขอใบแนะนำเพื่อการนำเข้าสินค้าพืชสวน หรือใบ RIPH จากกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียก่อน จึงจะขอใบอนุญาตนำเข้าจากกระทรวงการค้าต่างประเทศอินโดนีเซียได้ ตามประกาศกระทรวงเกษตรฉบับที่ 60/2012 ว่าด้วยการขอใบแนะนำเพื่อการนำเข้าสินค้าพืชสวน (RIPH) และกำหนดให้ผลิตภัณฑ์พืชสวนนำเข้าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขกฎระเบียบความปลอดภัยอาหาร ซึ่งจะทำให้ผลไม้ไทยสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศอินโดนีเซียได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่จะส่งออกพืชสวนไทยไปยังประเทศอินโดนีเซีย จะต้องติดต่อประสานข้อมูลในเรื่องกฎระเบียบทางการค้าให้เรียบร้อย เพื่อให้สามารถส่งออกได้เป็นไปตามโควต้า ซึ่งนับว่าการเปิดนำเข้าผลไม้ไทยดังกล่าว เป็นการระบายผลผลิตของไทยในช่วงที่มีผลผลิตมากออกสู่ตลาดต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันประเทศอินโดนีเซียถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย

ด้านกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเตรียมเจรจากับอินเดีย ระหว่างวันที่ 2528 มิ.ย.นี้ เพื่อเพิ่มการส่งออกลำไยไปยังตลาดอินเดียที่มีขนาดใหญ่ ประชากรเป็นอันดับ 2 ของโลก และผู้บริโภคชาวอินเดียชอบลำไยสดและลำไยอบแห้งสูงมาก คาดว่าจะช่วยให้ส่งออกลำไยไปอินเดียได้ปีละ 3 หมื่นตัน จากปัจจุบันมีน้อยมาก

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการส่งออกลำไยไปอินเดียน้อยมาก เพราะมีปัญหาเรื่องขนส่ง และราคาแพงเฉลี่ยกิโลกรัมละ 300-400 บาท จึงจะรุกตลาดระดับบน (พรีเมี่ยม) ด้วยการพัฒนาฟิล์มบรรจุภัณฑ์แอ็กทีฟที่มีคุณสมบัติยืดอายุและรักษาคุณภาพของผักและผลไม้สดได้นานถึง 30 วัน ในอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค