posttoday
เรื่องเล่าไม่รู้จบ

เรื่องเล่าไม่รู้จบ

25 มิถุนายน 2556

หากเอ่ยถึงนักสารคดีและช่างภาพฝีมือเยี่ยม ชื่อของ “ธีรภาพ โลหิตกุล” โดดเด่นอยู่แถวหน้าของเมืองไทย พร้อมรางวัล “ศรีบูรพา” ปีล่าสุด การันตีความทุ่มเทขยายแง่งามบนโลกใบนี้ผ่านงานเขียนเชิงสารคดีสัญจร

หากเอ่ยถึงนักสารคดีและช่างภาพฝีมือเยี่ยม ชื่อของ “ธีรภาพ โลหิตกุล” โดดเด่นอยู่แถวหน้าของเมืองไทย พร้อมรางวัล “ศรีบูรพา” ปีล่าสุด การันตีความทุ่มเทขยายแง่งามบนโลกใบนี้ผ่านงานเขียนเชิงสารคดีสัญจร

ชายผู้นี้เดินทางเพื่อทำความรู้จักเพื่อนบ้านในอาเซียนมาตลอดกว่า 2 ทศวรรษ และปวารณาตนที่จะทำหน้าที่ขยายแง่งามของประเทศเพื่อนบ้านต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรง

เขาเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นในการเดินทางว่า งานถ่ายทำสารคดีรายการโลกสลับสี ทำให้ได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนประเทศในอินโดจีนซึ่งในอดีตเคยรับรู้แต่เรื่องสงครามและประวัติศาสตร์บาดแผลที่มีต่อกัน แต่เมื่อสัมผัสแล้วพบว่า สิ่งเหล่านี้เป็นมายาภาพ ความเป็นจริงที่อยู่หลังฉากสงครามและความขัดแย้งคือ เพื่อนบ้านเหล่านี้มีสังคมและวัฒนธรรมที่หลากหลายและเก่าแก่

การเดินทางเปลี่ยนมุมมองไปหมด นับตั้งแต่นั้นจึงรู้ว่าเข้าใจเพื่อนบ้านผิดมาโดยตลอด นำไปสู่การเดินทางครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นความลุ่มหลงที่จะแสวงหาความรู้ความเข้าใจ ซึ่งการเดินทางไปบ่อยครั้ง ทำให้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา และมีเรื่องเล่าไม่รู้จบ สะท้อนถึงความมั่งคั่งทางอารยธรรมในดินแดนนี้

เมื่อก่อนการเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านยากลำบากมาก ยกตัวอย่างเดินทางไปนครวัดในปี 2532 ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน เพราะมีการสู้รบตามแนวชายแดน และขณะนั้นไทยหนุนกัมพูชา 3 ฝ่าย ไม่สนับสนุนรัฐบาลเฮงสัมริน และฮุนเซน จึงต้องขอให้ทางการลาวรับรองกับกัมพูชาว่าเป็นคณะถ่ายทำสารคดีที่ไม่อิงการเมือง ต้องเดินทางอ้อมผ่านเวียงจันทน์เข้าไปยังพนมเปญและเสียมราฐ ตอนนั้นสงครามยังรายล้อมนครวัดในระยะ 20 กม.

สมัยนั้นยังเก็บค่าเที่ยวชมแพงมาก ร้านอาหารก็มีน้อย สุขอนามัยยังไม่ดี ต้องดื่มน้ำแร่บรรจุขวด แต่เผลอไปกินน้ำแข็ง ทำให้ติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ท้องเสียหนักมาก ต้องให้หมอไปรักษาที่ห้องพัก ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าแห่งเดียวที่ฝรั่งเศสสร้างไว้ตั้งแต่สมัยบูรณะนครวัดแรกๆ อยู่ไปก็ได้ยินเสียงปืนเป็นระยะๆ ไฟฟ้าก็มีใช้แค่ 2 ชั่วโมง แถมติดๆ ดับๆ และไม่มีนักท่องเที่ยวคณะอื่น เพราะสมัยนั้นรัฐบาลไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวค้างคืน

สำหรับพม่านั้นการเดินทางไม่ลำบาก แต่ไม่เคยรู้จักเขาเลย ในหัวมีแต่ภาพสงครามพม่ากับอยุธยา แต่เมื่อได้เข้าไปเห็นรู้สึกว่าพม่ามั่งคั่งทางอารยธรรมมาก ท่ามกลางความยากแค้นทางเศรษฐกิจ และไม่มีเสรีภาพทางการเมือง ทว่าคนพม่ามีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ขณะที่คนไทยเคียดแค้นกับสงครามในอดีต แต่คนพม่าไม่เคยดูหมิ่นคนไทยว่าเป็นประเทศราช กลับเห็นว่าไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากและชื่นชอบสินค้าไทย คนพม่าหิ้วปิ่นโตไปกินข้าวกลางวัน เพราะค่าครองชีพแพงมาก ซึ่งหากใครใช้ปิ่นโตตราหัวม้าลายจะโก้มาก จะไม่ขูดสติ๊กเกอร์ทิ้ง เพราะอยากให้คนอื่นเห็น

การเดินทางนำพาไปสู่การรับรู้ใหม่ๆ ก้าวพ้นจากบาดแผลในอดีต ที่เป็นอุปสรรคขวางทางการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน เราควรวางความขัดแย้งในอดีต หันไปหาสิ่งที่มีร่วมกันและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย เรื่องบางเรื่องก็ต้องปล่อยให้เวลาทำงาน

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา งานทุกด้านที่ทำอยู่ ทั้งทีวี สิ่งพิมพ์ ทัวร์ เน้นเปิดพื้นที่ที่เป็นแง่งามของเพื่อนบ้านให้คนไทยได้รู้ และนับจากนี้ก็ยังจะคงขยายแง่งามเหล่านี้ต่อไป เพราะคนไทยยังรู้จักเพื่อนบ้านน้อยมาก

“มีสิ่งดีๆ อยู่รายรอบบ้านเราที่ผ่านมาอาจหลงลืมไป แต่ตอนนี้น่าจะออกไปเรียนรู้อยากให้คนไทยเปิดม่านหน้าต่างไปเห็นเพื่อนบ้านอย่างที่เขาเป็นจริงๆ ไม่ใช่แค่มองผ่านม่านที่จริงบ้างหลอกบ้างเหมือนในอดีต เพื่อเราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน