posttoday
อึมครึม

อึมครึม

24 มิถุนายน 2556

หนึ่งในข่าวคราวที่ฮอตฮิตช่วงนี้คือ ปัญหาหมอกควันในสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีต้นตอจากไฟป่าที่เกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรมในเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียค่ะ

หนึ่งในข่าวคราวที่ฮอตฮิตช่วงนี้คือ ปัญหาหมอกควันในสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีต้นตอจากไฟป่าที่เกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรมในเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียค่ะ

ปัญหานี้เป็นสิ่งที่เกิดมาอย่างต่อเนื่อง แต่เท่าที่ดูสถานการณ์ในแต่ละปีไม่ได้คลี่คลายลง ทว่ากลับรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ประเทศปลายทางที่ตกเป็นเหยื่อของหมอกควันก็มักจะออกมาโวยวาย แต่สุดท้ายเสียงก็แผ่วลง ก่อนที่จะกลับมาดังอีกรอบเมื่อสายลมพัดพาหมอกควันมาอีกครั้งในปีถัดไป

สำหรับปีนี้ ปัญหาเข้าขั้นวิกฤต เพราะนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนในสิงคโปร์และมาเลเซียแล้ว ปัญหายังได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศพลอยเขม็งเกลียวไปด้วย เพราะต่างฝ่ายต่างชี้นิ้วว่าอีกฝ่ายต้องรับผิดชอบ

ฝั่งของสิงคโปร์ออกมาบอกว่า อินโดนีเซียจะต้องทำอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อหยุดการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรมฝีมือของเจ้าของที่ดินและเกษตรกรที่ไม่อยากลงทุนสูง โดยรัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ถึงกับโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กตัวเองว่า ไม่มีประเทศหรือบริษัทใดมีสิทธิก่อมลพิษที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของชาวสิงคโปร์

ขณะที่รัฐทางภาคใต้ของมาเลเซีย ที่อยู่ใกล้กับสิงคโปร์เจอกับวิกฤตไปเต็มๆ จนต้องสั่งปิดโรงเรียน 200 แห่งไปอย่างน้อยจนถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา

ด้านอินโดนีเซีย ที่เป็นต้นตอของวิกฤตครั้งนี้ก็โต้ว่า รัฐบาลกำลังให้ความรู้กับเกษตรกรเกี่ยวกับทางเลือกอื่นๆ สำหรับการเตรียมพื้นที่เพาะปลูก โดยไม่ต้องถางแล้วเผา แบบที่นิยมทำกันมาตลอด

แต่เสียงโต้ที่แสบสันที่สุดน่าจะเป็นเสียงสะท้อนจากเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรของอินโดนีเซียคนหนึ่งที่บอกว่า บริษัทน้ำมันปาล์มของมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ลงทุนในอินโดนีเซียอาจต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งหลังข่าวนี้ออกมา สิงคโปร์ก็รีบจี้ให้อินโดนีเซียบอกรายชื่อบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุทันที

เป็นที่รู้กันว่า อินโดนีเซียคือผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก และพื้นที่สวนปาล์มก็ขยายอาณาเขตกว้างขวางอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพราะมีความต้องการน้ำมันปาล์มสูง จนรัฐบาลอินโดนีเซียต้องออกนโยบายสงวนผืนป่าบริสุทธิ์ไว้ ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของบริษัทปาล์มน้ำมัน

ทั้งนี้ บิ๊กเนมเจ้าของธุรกิจสวนปาล์มที่คุ้นๆ กันก็มี พีที เอสตร้าอะโกร เลสตารี ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นจาการ์ตา วิลมาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ของสิงคโปร์ และ ไซม์ ดาร์บี้ ของมาเลเซีย ที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มเบอร์ 1 ของโลก ซึ่งสองรายหลังได้ยืนยันกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า บริษัทมีนโยบาย ซีโร่ เบิร์นนิ่ง หรือห้ามการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกเด็ดขาด

มาถึงตอนนี้ แม้ว่าจะยังจับมือใครดมไม่ได้ แต่การเผาเกิดขึ้นจริง และส่งผลเสียให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งหากเป็นผลงานของเกษตรกร ก็คงเป็นเรื่องที่อินโดนีเซียอาจต้องรับไปเต็มๆ แต่หากเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากบริษัทข้ามชาติ ก็คงเป็นปัญหาที่ประเทศต้นทางและปลายทางต้องรับผิดชอบร่วมกัน

นั่นเป็นเพราะทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าบริษัทเอกชนแทบทุกแห่งต่างแสวงหาลู่ทางการลงทุนในต่างประเทศกันทั้งนั้น ขณะที่ทุกประเทศก็พยายามแข่งกันดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติให้ได้มากที่สุด จนบางครั้งอาจลืมมองไปว่า สิ่งที่จะได้คุ้มค่ากับสิ่งที่จะเสียไปหรือเปล่า

นอกจากคิดจะตักตวงผลประโยชน์จากการลงทุนแล้ว ก็ควรจะคำนึงถึงการดูแลชุมชน คนของประเทศปลายทางการลงทุนด้วย หากกรณีหมอกควันรอบนี้เกิดจากบริษัทข้ามชาติ ก็ต้องกลับมาคิดด้วยว่า บางทีผลเสียที่เกิดขึ้นอาจจะย้อนกลับไปทำร้ายคนในประเทศของตัวเองได้เหมือนกัน

น่าดีใจว่า หลายบริษัทบอกว่าการลงทุนข้ามแดนยุคนี้จะไม่คิดแต่ได้กับได้อย่างเดียว แต่เน้นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย ซึ่งหากทำได้จริงไม่ใช่แค่สร้างภาพสวยหรู ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท