
‘ศก.’ส่อแย่คนแห่ตรวจเครดิตบูโร
กระหน่ำตรวจเครดิตบูโรลูกค้า 6 ล้านรายการ ภายใน 5 เดือน รอดได้กู้ใหม่แค่ 2.5 ล้านบัญชี
กระหน่ำตรวจเครดิตบูโรลูกค้า 6 ล้านรายการ ภายใน 5 เดือน รอดได้กู้ใหม่แค่ 2.5 ล้านบัญชี
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ในรอบ 5 เดือนแรกของปีนี้ มีสถาบันการเงินเข้ามาตรวจสอบประวัติทางการเงินลูกค้าประมาณ 11 ล้านรายการ แบ่งเป็นเข้ามาดูประวัติเพื่อพิจารณาสินเชื่อใหม่ 6 ล้านรายการ และตรวจสอบประวัติทางการเงินลูกค้าเก่าตามรอบปกติ ประมาณ 5 ล้านรายการ
ในขณะที่ในปี 2555 สมาชิกสถาบันการเงิน ได้เข้ามาดูประวัติทางการเงินจากเครดิตบูโรประมาณ 21 ล้านรายการ โดยแบ่งเป็นการเข้ามาดูประวัติการเพื่อพิจารณาสินเชื่อประมาณ 14 ล้านรายการ และเข้ามาดุสินชื่อเพื่อตรวจสอบประวัติทางการเงินลูกค้าเก่าตามรอบปกติ ประมาณ7 ล้านราย
ทั้งนี้ณ.เดือน พ.ค.2556 มียอดบัญชีสินเชื่อรวม 70 ล้านบัญชี จากสิ้นปี2555 ที่มียอดบัญชีสินเชื่อทั้งหมด 70.5 ล้านบัญชี หรือมียอดบัญชีสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบัญชี โดยส่วนอัตราการอนุมัติสินเชื่อผ่านโดยเฉลี่ยทั้งระบบยังอยู่ที่ระดับปกติ 3540% ซึ่งหากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดอัตราการอนุมัติสินเชื่อจะอยู่ที่2530%
“แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของบัญชีสินเชื่อใหม่ในปีนี้น่าจะน้อยกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายรถยนต์คันแรก และบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% ซึ่งทำให้ยอดบัญชีสินเชื่อใหม่เพิ่มจาก 64.9 ล้านรายการ เป็น 70 ล้านรายการ หรือประมาณ 5 ล้านรายการ” นายสุรพล กล่าว
นอกจากนี้ เจ้าของประวัติการเงินยังเข้ามายื่นขอตรวจสอบประวัติการเงินตัวเองประมาณ 1.76 แสนราย จากปีที่แล้ว 3.24 แสนราย และสิ้นปีนี้คาดว่าจะ 5 แสนราย ซึ่งสะท้อนว่าประชาชนมีความเข้าใจและมีการตรวจสอบประวัติทางการเงินตัวเองมากขึ้น
นายสุรพล กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ทำให้หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงปัญหาหนี้ครัวเรือนจะสูงขึ้น ซึ่งมีผลด้านจิตวิทยาทำให้ผู้ที่จะกู้เงินฉุกคิดมากขึ้นในการกู้เงินแต่ละครั้ง ประกอบกับภาวะหุ้นตกและราคาทองคำลดลงในขณะนี้ ก็ส่งผลทำให้คนที่จะกู้เงินต้องคิดมากขึ้น
“ความตระหนักเรื่องหนี้สิน ทำให้ปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากสถาบันการเงินและลูกค้ามีความระมัดระวังในการขอสินเชื่อมากขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ทบทวนเกี่ยวกับโฆษณาชักชวนการขอสินเชื่อไม่ให้หวือหวาเกินไป สถาบันการเงินกลั่นกรองและดูความสามารถการชำระหนี้มากกว่าการพิจารณาเฉพาะประวัติทางการเงิน ลูกค้ามีความระมัดระวังการกู้เงินมากขึ้น” นายสุรพล กล่าว







