
กรุงศรีปลูกฝังสังคมไทย ‘สังคมแห่งการให้และแบ่งปัน’
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดตัว Krungsri Simple to Share “ร่วมทำดี ด้วยการแบ่งปัน” ปี 3
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดตัว Krungsri Simple to Share “ร่วมทำดี ด้วยการแบ่งปัน” ปี 3 ซึ่งเป็นหนึ่งในการทำ CSR Marketing เน้นการเข้ามามีส่วนร่วมของลูกค้า เพื่อ Share คืนสู่สังคม โดยปีนี้จะมอบอุปกรณ์การเรียน กีฬา สร้างห้องสมุด และส่งเสริมอาชีพให้โรงเรียนในสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อร่วมสร้างและปลูกฝังให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการให้ และการแบ่งปัน
แดน ฮาร์โซโน่ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการตลาด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เผยว่า โครงการ Krungsri Simple to Share ร่วมทำดี ด้วยการแบ่งปัน คือหนึ่งแนวคิดที่กรุงศรีต้องการร่วมสร้างและปลูกฝังให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการให้และแบ่งปัน ซึ่งต่อยอดมาจากคอนเซปต์ Krungsri Make Life Simple กรุงศรีเรื่องเงิน เรื่องง่าย ซึ่งทางธนาคารเน้นย้ำมาตลอดว่าจะช่วยให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกับกรุงศรีทำธุรกรรมทางการเงินทุกเรื่องให้เป็นเรื่องธรรมดา ง่ายๆ รวมถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมสังคม โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับเราได้ง่ายเช่นเดียวกัน จึงถือเป็นแกนสำคัญในการดำเนินกลยุทธ์ด้าน CSR Marketing ของกรุงศรี โดยการดึงให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อ Share คืนสู่สังคม
โครงการนี้เริ่มเมื่อปี 2554 โดยจุดประกายครั้งแรกเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ธนาคารกรุงศรีและกลุ่มบริษัทในเครือสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงได้จัดโครงการล้านใจกรุงศรี ร่วมทำดีเพื่อพ่อ โดยการร่วมทำดีออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.simpletoshare.com เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าประชาชนทั่วไปร่วมทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งได้ผลตอบรับจากลูกค้าและประชาชนเป็นอย่างดี
สำหรับปีที่ 2 ความช่วยเหลือหลักแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ เรื่องของการศึกษา ในรูปแบบของการได้มีส่วนร่วมกันสร้างห้องสมุด และการร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และกระปุกออมสิน ด้านคุณภาพชีวิต ในรูปแบบของการร่วมสนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารสำหรับเด็กนักเรียน โดยการบริจาคแม่พันธุ์ไก่ไข่พร้อมอาหารสำหรับไก่เพื่อนำไปเพาะเลี้ยง รวมทั้งบริจาคเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อนำไปเพาะปลูก และนำผลผลิตจากไก่และพืชดังกล่าวมาประกอบเป็นอาหาร รวมถึงการเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆ นักเรียน
สุดท้ายคือ ด้านสุขภาพ โดยร่วมบริจาคเครื่องกันหนาว เช่น ผ้าห่ม เสื้อผ้า และการร่วมบริจาคยารักษาโรค โดยความช่วยเหลือทั้งหมดดังกล่าวมอบให้กับ 40 โรงเรียนใน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่
พอมาถึงปี 3 นี้ กรุงศรีได้ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษา ในรูปแบบของการได้มีส่วนร่วมกันสร้างห้องสมุด โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทุ่งกบินทร์ จ.สระแก้ว และการร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา กระปุกออมสิน และอีกด้านหนึ่งคือ ด้านคุณภาพชีวิตและสุขภาพ ในรูปแบบของการร่วมบริจาคเครื่องกันหนาว เช่น ผ้าห่ม เสื้อผ้า และการร่วมบริจาคยารักษาโรค พร้อมด้วยการสนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียน โดยการบริจาคแม่พันธุ์ไก่ไข่พร้อมอาหารสำหรับไก่เพื่อนำไปเพาะเลี้ยง บริจาคเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อนำไปเพาะปลูก และนำผลผลิตจากไก่และพืชดังกล่าวมาประกอบเป็นอาหาร รวมถึงการเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ทั้ง 178 โรงเรียน โดยการดึงให้ลูกค้าของธนาคารได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกับพนักงานของกรุงศรี บริษัทในเครือ และพันธมิตรธุรกิจ
“ปีนี้จะเน้นในเรื่องการให้การศึกษาเป็นหลักก่อน เพราะเราเชื่อว่าเกือบทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย รากฐานของปัญหาน่าจะมาจากพื้นฐานการศึกษา หากประชาชนมีความรู้ มีการศึกษา ก็จะช่วยลดการเกิดปัญหาในสังคมด้านอื่นๆ ได้ ซึ่งเด็กและเยาวชนไทยโดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารยังมีพื้นฐานความรู้น้อย อีกทั้งยังขาดแคลนปัจจัยสี่ ทั้งอาหาร น้ำสะอาด เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย และอื่นๆ ที่เป็นสิ่งจำเป็นแก่การดำรงชีวิต” แดน กล่าว
ธนาคารมีช่องทางต่างๆ ให้ลูกค้าเข้าร่วมกิจกรรมทำความดี เช่น การโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งลูกค้ากรุงศรีและบริษัทในเครือ รวมถึงประชาชนทั่วไป สามารถร่วมบริจาคได้โดยตรง หรือร่วมทำดีโดยการใช้แต้มสะสมจากบัตรกรุงศรีเดบิตและบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี ซึ่งลูกค้ากรุงศรีที่เป็นสมาชิกกรุงศรี เยลโล่ พอยท์ สามารถใช้คะแนนสะสมเพื่อแลกสิ่งของสำหรับการบริจาคผ่านทางตู้เอทีเอ็มกรุงศรีทั่วประเทศ หรือเข้าร่วมกิจกรรม “ปันอุ่นให้น้องกอด” ด้วยการมอบตุ๊กตาส่งความสุข ผ่านกล่องรับบริจาคของธนาคารกรุงศรีอยุธยาให้กับน้องๆ นักเรียน ตชด. โดยผู้สนใจสามารถมอบตุ๊กตาสภาพดีได้ที่กล่องรับบริจาค
ลูกค้าบัตรเครดิตกรุงศรี บัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า บัตรเครดิตเอไอเอ วีซ่า บัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า และเซ็นทรัล เครดิตคาร์ด รวมทั้งซิมเพิล วีซ่า คาร์ด สามารถใช้คะแนนสะสมในการร่วมบริจาคได้ 1,000 คะแนน มีค่า 120 บาท เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการแบ่งปันต่อไปในอนาคต







