
เตือนถอยห่างตลาด
6โบรกฯสะกิดอย่ารีบซื้อตปท.ขายต่อจับตาหั่นเป้ากำไรบจ.ดัชนีหุ้นปีนี้
6โบรกฯสะกิดอย่ารีบซื้อตปท.ขายต่อจับตาหั่นเป้ากำไรบจ.ดัชนีหุ้นปีนี้
เฟดส่งสัญญาณชัดเจน เขย่าตลาดหุ้น ตปท.ถล่มยับ 6,000 ล้าน เลวร้ายสุด 1,350 จุด โพลแนะให้ใจเย็นๆ
ในที่สุด ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีความชัดเจนว่าจะลดมาตรการคิวอีลงประมาณเดือน ต.ค.นี้ และจะยกเลิกการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2557 ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วน โดยดัชนีหุ้นไทยลดลง 35.51 จุด คิดเป็น 24.71% ปิดที่ระดับ 1,402.19 จุด นับเป็นการปรับตัวลงในอัตราใกล้เคียงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ แต่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นหนักถึง 6,354 ล้านบาท และขายในตลาดตราสารหนี้ด้วย 3,711 ล้านบาท หากนับตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. รวมแล้วต่างชาติขายหุ้นทั้งหมด 41,435 ล้านบาท
ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่เฟดเริ่มส่งสัญญาณเรื่องนโยบายคิวอีในวันแรก ทำให้ตลาดหุ้นวันที่ 23 พ.ค. ดิ่งลงเหวมาถึงปัจจุบันรวมแล้ว 229 จุด หรือ 14% และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) หายไป 1.9 ล้านล้านบาท หรือ 13.58% มาอยู่ที่มูลค่า 12.09 ล้านล้านบาท
ความปั่นป่วนของตลาดหุ้นและสภาพคล่องที่จะน้อยลง ทำให้นักวิเคราะห์อย่างน้อย 6 แห่งแนะนำให้นักลงทุนอย่ารีบเข้าไปช้อนซื้อหุ้น เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นออกต่อเนื่อง แนะนำให้รอช้อนในระดับต่ำกว่า 1,400 จุด โดยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ คาดมีโอกาสลงไปลึกถึงระดับ 1,350 จุด
อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรสั้นๆ ก็สามารถอาศัยจังหวะที่ตลาดรูดลงไปแรงๆ ซื้อแล้วขายเมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้นช่วงสั้นๆ ได้ เนื่องจากตลาดหุ้นในช่วงนี้จะเหวี่ยงขึ้นลงแรง
นักวิเคราะห์จาก บล.เกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นมีความเสี่ยงมากขึ้นหลังเฟดส่งสัญญาณเลิกคิวอี ขณะที่มุมมองของนักลงทุนต่างชาติต่อหุ้นไทยยังคงไม่ดี เห็นได้จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้จัดการกองทุนตลาดเกิดใหม่ของ เมอร์ริล ลินช์ ช่วงเดือน มิ.ย. ได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุน จากเดิมให้น้ำหนักเหนือตลาดราว 50% ลดลงมาเหลือเพียง 8%
นอกจากนี้ ผลสำรวจของกองทุนให้น้ำหนักเพิ่มในตลาดหุ้นโลกเป็น 48% จาก 41% แต่กลับมาลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ 9% จากให้น้ำหนักเหนือตลาด 3%
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส (ASP) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับฐานลงมาซื้อขายที่ระดับพี/อี 14-15 เท่า หรือบริเวณ 1,350-1,571 จุด จากก่อนหน้าที่ซื้อขายเกินกว่า 18 เท่า เพราะได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามา ซึ่งหลังจากนี้ตลาดหุ้นจะปรับทิศและจะซื้อขายด้วยแรงหนุนจากอัตรากำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
“สภาพคล่องจะหายไปกดดันให้หุ้นทั่วโลกพักฐาน โดยในช่วงเวลากว่า 1 เดือน พบว่าตลาดหุ้นไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย (กลุ่ม TIP) ลดลงมากเมื่อเทียบกับจุดสูงสุด” นายเทิดศักดิ์ กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐตลอดระยะ 5 ปี นับจากที่มีการใช้คิวอีในปี 2552 พบว่าตลาดหุ้นสหรัฐให้ผลตอบแทนสูงเฉลี่ยเกือบ 60% แต่ยังต่ำกว่าตลาดในกลุ่ม TIP
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า เฟดชะลอการซื้อสินทรัพย์ในปีนี้ และอาจยุติกลางปี 2557 จะช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนปรับพอร์ตการลงทุนอีกรอบ ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีการทยอยปรับลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลงเฉลี่ยประมาณ 10-20%
สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม คือ การปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในปี 2556-2557 ของนักวิเคราะห์ ซึ่งคาดว่าจะทยอยปรับประมาณการผลประกอบการไตรมาส 2 ในเดือน ก.ค.นี้ รวมถึงการปรับเป้าหมายของดัชนีของโบรกเกอร์ต่างๆ ด้วย
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ลดดัชนีปีนี้ลงเหลือ 1,500 จุด สถานการณ์การเมือง การเคลื่อนย้ายเงินทุนของต่างชาติ และค่าเงินบาทที่ผันผวนด้วย







