posttoday
มิ้ลค์กี้ เวย์ฯ ยกภาพลักษณ์ กรุยทางลุยอินเตอร์

มิ้ลค์กี้ เวย์ฯ ยกภาพลักษณ์ กรุยทางลุยอินเตอร์

21 มิถุนายน 2556

ถือเป็นขายตรงน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน จากก่อนหน้านี้ ใช้ชื่อ มิ้ลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ก มานานเพียง 9 เดือน สุมิตร วชโรดมทรัพย์ ประธานกรรมการ บริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้เหตุผลว่าสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่นั้นมาจากต้องการปรับภาพลักษณ์บริษัทให้เป็นสากลมากยิ่งขึ้น และมีแผนจะขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้นด้วย

ถือเป็นขายตรงน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน จากก่อนหน้านี้ ใช้ชื่อ มิ้ลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ก มานานเพียง 9 เดือน สุมิตร วชโรดมทรัพย์ ประธานกรรมการ บริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้เหตุผลว่าสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่นั้นมาจากต้องการปรับภาพลักษณ์บริษัทให้เป็นสากลมากยิ่งขึ้น และมีแผนจะขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ได้เริ่มขยายการทำธุรกิจเข้าไปยังประเทศในอาเซียน บางส่วนในเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ต่อจากนั้นจะก้าวสู่ตลาดโซนตะวันออกกลาง เอเชียใต้ รวมถึงในโซนของประเทศยุโรปด้วย

“การที่จะก้าวสู่สากลได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาร่วมธุรกิจเข้าใจง่าย ว่าเป็นธุรกิจขายตรงไทยที่พร้อมเติบโตอย่างก้าวกระโดดนับจากนี้ด้วยเช่นกัน” สุมิตร ย้ำ

สำหรับแผนธุรกิจ ยังเน้นแผนการดำเนินธุรกิจแบบไบนารี่ 1 แตก 2 ขา ซึ่งถือว่าเป็นแผนการตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมกับผู้บริโภค หากไม่นำรูปแบบดังกล่าวไปใช้ผิดรูปแบบในลักษณะของมันนี่เกม หรือแชร์ลูกโซ่ที่ไม่ได้เน้นการขายสินค้า

ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่ทำตลาด 20 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพ กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด รวมไปถึงของใช้ประเภทเบ็ดเตล็ด ขณะนี้มีสมาชิกร่วมธุรกิจแล้วกว่า 3.5 หมื่นราย ในจำนวนดังกล่าวเป็นสมาชิกที่ทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง 25-30% ซึ่งมีการซื้อสินค้าใช้ซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเพิ่มสาขาจำนวน 5 แห่ง โดยใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท เฉลี่ยต่อสาขานั้นใช้งบลงทุน 10-20 ล้านบาท ขนาด 300 ตร.ม. โดยจะเน้นเปิดสาขาในส่วนภูมิภาค เช่น ภาคตะวันออก จ.ระยอง และภาคอีสาน เช่น จ.มหาสารคาม และร้อยเอ็ด เป็นต้น

จนถึงขณะนี้ บริษัทมีสาขาที่เปิดดำเนินการแล้ว 18 สาขา เปิดให้บริการทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค โดยเป็นสาขาที่บริษัทเป็นผู้ลงทุนเอง และยังมีศูนย์สาขาในรูปแบบโมบาย จำนวน 500 แห่ง ที่ผู้แทนจำหน่ายเป็นผู้ดำเนินงานใช้เงินลงทุน 2 แสนบาท และมินิโมบายอีก 2,000 แห่ง ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 67 หมื่นบาทในการตั้งศูนย์ขนาดย่อย

สุมิตร กล่าวย้ำว่า ธุรกิจขายตรงจะเติบโตได้นั้น ต้องให้ความสำคัญกับทั้งบุคลากรการสร้างคน การให้ความรู้ในตัวสินค้าและการฝึกอบรม รวมไปถึงการทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ 1,000 ล้านบาท พร้อมกับวางเป้าว่าจะมียอดขาย 1 หมื่นล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน