
อสมททำประชาพิจารณ์ซื้อพรีเมียร์ลีก
อสมท นำข้อเรียกร้องสหภาพเข้าบอร์ด 25 มิ.ย.นี้ ชี้หากยังไม่เห็นด้วยจะทำประชาพิจารณ์
อสมท นำข้อเรียกร้องสหภาพเข้าบอร์ด 25 มิ.ย.นี้ ชี้หากยังไม่เห็นด้วยจะทำประชาพิจารณ์
นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท เปิดเผยว่า กรณีที่มีสหภาพแรงงานออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเซ็นสัญญาซื้อการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากบริษัท ซีทีเอช จำนวน 17 แมตช์ต่อปี ปีละ 160 ล้านบาท ติดต่อกัน 3 ปี เป็นเงิน 480 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทต้องรอเอกสารจากฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด เพื่อตรวจสอบข้อมูลในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากสหภาพแรงงาน ยังไม่เห็นด้วยกับการลงทุนในเรื่องดังกล่าว คงต้องมีการทำประชาพิจารณ์เป็นขั้นตอนต่อไป
นายสุระ เกนทะนะศิล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท กล่าวว่า การออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยของสหภาพแรงงานที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเม็ดเงินที่นำมาใช้ดังกล่าวเป็นเงินก้อนใหญ่ จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีพนักงานบางส่วนไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม จากข้อเรียกร้องดังกล่าวบริษัทจะนำเข้าหารือในที่ประชุมบอร์ดในวันที่ 25 มิ.ย.ที่จะถึงนี้
ด้านนายสุวิทย์ มิ่งมล รักษาการประธานสหภาพแรงงาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสุธรรม แสงประทุม ประธานกรรมการ และนายจักรพันธุ์ ยมจินดา รองประธานกรรมการ บริษัท อสมท ได้เรียกตัวแทนสหภาพแรงงานเข้าพบ เพื่อชี้แจงรายละเอียดการเซ็นสัญญาซื้อการถ่ายทอดสด ซึ่งสหภาพฯ ขอยืนยันว่า ไม่ได้ยินยอมกับการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวกับ อสมท เนื่องจากยังมีข้อสงสัยหลายข้อเกี่ยวกับการซื้อการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สำหรับข้อสังเกตที่ทางสหภาพฯ ได้ตั้งไว้มีด้วยกัน 3 ข้อหลัก คือ 1.มีความจำเป็นหรือไม่ที่ อสมท ต้องทำสัญญากับบริษัท ซีทีเอช ถึง 480 ล้านบาท โดยไม่มีการต่อรองราคา เนื่องจากราคาดังกล่าวค่อนข้างสูง และทำไมต้องตัดสินใจซื้อเร็วขนาดนี้
2.สัญญาครั้งนี้มีระยะเวลา 3 ปี ถึงแม้ว่าทางประธานบอร์ดจะมั่นใจว่าสามารถขายโฆษณาในปีแรก ซึ่งน่าจะคุ้มทุนและมีกำไรแล้ว แต่ในปีที่ 2-3 จะเป็นอย่างไร หากเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ประธานคณะกรรมการ อสมท หรือแม้แต่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ต้องสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ลงก่อนหมดวาระ ซึ่งเรื่องนี้ประธานและรองประธานบอร์ดได้ออกมายืนยันว่ายินดีรับผิดชอบ
3.การขายโฆษณาที่กล่าวว่าขายได้แล้วในปีแรก ซึ่งมีทั้งจากลูกค้าเก่าและใหม่ โดยในส่วนของลูกค้าเก่านั้น เป็นเม็ดเงินก้อนใหม่เลยหรือไม่ ถ้าใช่ยอมรับว่า อสมท จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจริง แต่ถ้าเป็นเม็ดเงินก้อนเดิมที่เตรียมใช้กับ อสมท อยู่แล้ว แต่ถูกโยกมาในส่วนของพรีเมียร์ลีก ก็ถือว่า อสมท ไม่ได้มีรายได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างไร







