posttoday
ค้านอสมทซื้อพรีเมียร์ลีก

ค้านอสมทซื้อพรีเมียร์ลีก

20 มิถุนายน 2556

ต้านบอร์ด อสมท ซื้อถ่ายสดพรีเมียร์ลีกปีละ 160 ล้าน บี้แจงก่อนประชุม 25 มิ.ย.

ต้านบอร์ด อสมท ซื้อถ่ายสดพรีเมียร์ลีกปีละ 160 ล้าน บี้แจงก่อนประชุม 25 มิ.ย.

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มลูกจ้างและพนักงานของบริษัท อสมท ได้ชุมนุมคัดค้านนาย สุสุธรรม แสงประทุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อสมท หรือบอร์ด อสมท ที่จะให้ อสมท เซ็นสัญญาซื้อการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจากบริษัท ซีทีเอช จำนวน 17 แมตช์ต่อปี จ่ายปีละ 160 ล้านบาท ติดต่อกัน 3 ปี รวมเป็นเงิน 480 ล้านบาท

เรื่องดังกล่าว นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท ได้ให้ฝ่ายการตลาดไปศึกษาความคุ้มค่า ซึ่งได้ข้อสรุปว่าหาโฆษณาได้ไม่คุ้ม แต่นาย สุธรรม และนายจักรพันธุ์ ยมจินดา รองประธานบอร์ด ได้เดินหน้าจะเซ็นสัญญา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2556 นายจักรพันธุ์ได้เรียกประชุม ผู้บริหารระดับสำนัก โดยไม่ได้แจ้งนายเอนก มีเพียงนางกฤตพร พากเพียร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่เข้าร่วม และผู้ช่วยกรรมการประจำสำนักต่างๆมาประชุมเตรียมความพร้อมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 20132014 หารือ ก่อนจะสรุปว่าจะซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอล โดยจะมีการแถลงข่าวเร็วๆ นี้

ขณะในวันที่ 19 มิ.ย. 2556 นายสุธรรมและนายจักรพันธุ์ได้เชิญรักษาการกรรมการสหภาพฯ บมจ. อสมท มาพูดคุยเรื่องนี้เกือบ 2 ชั่วโมง โดยแจ้งว่ามีกำไรแน่นอน และหาโฆษณามีรายได้แน่ 170 ล้านบาทในปีแรก ส่วนอีก 2 ปีค่อยว่ากัน นายสุธรรม ยังกล่าวกับรักษาการกรรมการสหภาพฯ บมจ.อสมท ว่า วันที่ 25 มิ.ย.นี้ หลังบอร์ด อสมท มีมติเรื่องดังกล่าวแล้ว จะเปิดชี้แจงกับพนักงานและลูกจ้าง พร้อมตอบข้อสงสัยทุกประการ

ในวันเดียวกัน มีพนักงานอสมท ทำหนังสือถึงประธานกรรมการบริหาร บมจ.อสมท ,รองประธานกรรมการฯคนที่ 2 คือ นายจักรพันธ์ ยมจินดา และ นายเอนก กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บมจ.อสมท โดยขอให้ทั้ง 3 คนและฝ่ายการตลาดเปิดชี้แจงเรื่องนี้กับพนักงาน และลูกจ้าง พร้อมๆกัน เปิดโอกาสให้ซักถาม และมีส่วนร่วมตัดสินใจด้วย เนื่องจากยังมีความวิตกถึงความเสี่ยงต่อการลงทุน เพราะมีมูลค่ามหาศาล ควรมีคำอธิบายชัดเจนชี้แจงให้พนักงานและลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น คลายความกังวลด้วย

นายจักรพันธุ์ เปิดเผยว่า การพูดคุยกับรักษาการกรรมการสหภาพฯ บมจ.อสมท ได้แจ้งแล้วว่าจะชี้แจงหลังประชุมบอร์ด ซึ่งจะพิจารณาเรื่องนี้วันที่ 25 มิ.ย. ส่วนที่ไม่ชี้แจงกับพนักงานก่อน เพราะรอไม่ได้ เนื่องจากจะเซ็นสัญญาที่กำหนดวันสุดท้าย วันที่ 30 มิ.ย.นี้ไม่ทันทั้งนี้นายจักรพันธ์ยังย้ำว่า เรื่องนี้หากเกิดความเสียหายเพราะตัดสินใจผิดพลาด จะรับผิดชอบเองเพียงคนเดียว

“ไม่ต้องห่วง มีกำไรแน่นอน ผมยืนยัน ประธานก็เตรียมจะเปิดชี้แจงกับพนักงานและลูกจ้าง หลังประชุมบอร์ด ซึ่งจะมีมติเรื่องนี้ออกมา 25 มิ.ย.นี้ เรารอไม่ได้ไม่เช่นนั้นเซ็นสัญญาไม่ทัน วันสุดท้าย 30 มิ.ย. พวกคุณไม่ต้องห่วงถ้าเสียหายผิดพลาด ผม จักรพันธ์ รับผิดชอบเองครับ” นายจักรพันธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดกรณีดังกล่าว ได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มพนักงานและลูกจ้างอสมทโดยไม่เชื่อว่าจะมีกำไร หรือจะสามารถหาโฆษณามาได้อีก โดยเห็นว่าอสมทกำลังจะต้องจัดสรรงบประมาณในการประมูลทีวีดิจิตอล จึงไม่ควรนำงปบระมาณมาใช้ในส่วนนี้ พร้อมกับมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า เหตุใดทั้งนายสุธรรม และนายจักรพันธ์จึงต้องการให้มีการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลดังกล่าวนักหนา อีกทั้งทั้ง 2 คน อยู่ในฝ่ายกำกับดูแลนโยบายแต่กลับใช้อำนาจเรียกประชุมผู้บริหารเสมือนหนึ่งเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่เอง ถือเป็นการก้าวก่ายการทำงาน

ขณะที่นายเอนกนั้น รายงานข่าวแจ้งว่า ได้พยายามคัดค้านเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่โดยขอให้มีการเปิดเวทีสาธารณะและรับฟังความเห็นพนักงาน ลูกจ้าง และ ผู้ถือหุ้นอสมทในเรื่องดังกล่าวด้วยแต่ก็ถูกขัดขวาง

ขณะที่กรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ได้ทำหนังสือถึงบมจ.อสมท ให้ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตโครงการจัดซื้ออุปกรณ์การติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการสร้างสรรค์และพัฒนาเวปไซด์ สำนักธุรกิจสื่อใหม่ เนื่องจากพบการจัดซื้อจัดจ้างสูงกว่าราคาตลาดถึง 1.5 ล้านบาทและยังมีการใช้งบประมาณมากกว่างบลงทุนที่ประมาณการไว้ ปรากฎว่าหลังจากนายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมทได้รับหนังสือจากสตง.ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว โดยมีประธานสอบข้อเท็จจริงเป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ท่านหนึ่ง แต่ปรากฎกว่า ในเวลาต่อมารองกรรมการฯท่านดังกล่าวได้ทำบันทึกของลาออกจากการเป็นประธานสอบข้อเท็จจริง โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า รองกรรมการฯท่านดังกล่าวมีความสนิทสนมกับรองกรรมการฯที่กำกับดูแลสำนักธุรกิจสื่อใหม่ที่ถูกตั้งกรรมการสอบในครั้งนี้ ขณะที่เลขาฯคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงก็ได้ลาออกด้วยเช่นกัน ทำให้นายเอนกจะต้องตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาทดแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รองกรรมการฯที่ถูกตั้งกรรมการสอบฯจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ ทำให้มีความพยายามอย่างหนักในการไม่ให้เกิดการตั้งกรรมการสอบเรื่องดังกล่าวโดยมีการวิ่งเต้นไปยังนักการเมืองและบุคคลที่มีอิทธิพลในวงการชื่อย่อ “พ” เพื่อให้ยุติการสอบสวนและยังมีการจับมือร่วมกับคณะกรรมการบริหารบมจ.อสมทบางคนเพื่กดดันนายเอนกไม่ให้มีการตั้งกรรมการสอบสวน ขณะที่คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างและคณะกรรมการตรวจรับในโครงการดังกล่าวได้บอกกับคนใกล้ชิดว่า ถูกบังคับให้เป็นคณะกรรมการตั้งแต่โครงการเริ่มต้น และเชื่อว่าจะเกิดเหตุเช่นนี้ตั้งแต่เริ่มต้น เรื่องดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในอสมท โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานเนื่องจากไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการชี้มูลจากสตง.แต่ที่ผ่านมาก็จะเงียบหายไป ขณะที่กระแสการลาออกของรองกรรมการฯที่ลาออกจากการเป็นประธานสอบข้อเท็จจริงนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพนักงานเพราะเป็นที่รู้กันดีว่า รองกรรมการฯท่านดังกล่าวมีความสนิทสนมกับรองกรรมการฯที่ถูกตั้งกรรมการสอบฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกสู่ภายนอกนายเอนกได้มีคำสั่งปลดหน่วยงานที่รองกรรมการฯท่านดังกล่าวกำกับดูแล แต่เพียงไม่นานก็มีคำสั่งให้กลับมากำกับดูแลตามเดิมโดยน่าจะเป็นผลมาจากการวิ่งเต้นผ่านทางการเมืองด้านจักรพันธ์ ยมจินดา รองปธ.คนที่ 2 เผยจะเปิดชี้แจงลูกจ้าง และพนักงานหลังบอร์ดมีมติ ยัน “ผมรับผิดชอบเอง” หากตัดสินใจผิดพลาด ด้านรองผอ.ที่สตง.ชี้มูลความผิดทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง และผอ.อสมท ตั้งกรรมการสอบสวนอยู่ วิ่งฝ่ายการเมืองสั่งให้กลับมาคุมงานตามเดิม

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย