posttoday
แมนูไลฟ์มั่นใจเอเชีย

แมนูไลฟ์มั่นใจเอเชีย

19 มิถุนายน 2556

ชี้หุ้นร่วงโอกาสทยอยซื้อหุ้นตัวเล็กมองบริษัทไทยยังแจ๋วเล็งลงทุนเพิ่ม

ชี้หุ้นร่วงโอกาสทยอยซื้อหุ้นตัวเล็กมองบริษัทไทยยังแจ๋วเล็งลงทุนเพิ่ม

บลจ.แมนูไลฟ์ สนใจเอเชีย ชี้หุ้นร่วงโอกาสทยอยสะสมหุ้นขนาดเล็กผลตอบแทนดี เล็งลงทุนหุ้นไทยเพิ่ม

นางลินดา เซลลัค หัวหน้าทีมตราสารทุนเอเชียแปซิฟิก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (เอเชีย) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียยังมีแนวโน้มเติบโตดีจากอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ระดับต่ำ ประกอบกับนโยบายการผ่อนคลายทางการเงินในหลายประเทศหลักๆ ทั่วโลก ส่งผลให้สภาพคล่องยังสูง ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นเอเชียได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศ จึงมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงเป็นโอกาสในการทยอยซื้อสะสม

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจ คือ กลุ่มที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายอุปโภคบริโภคและสินค้าฟุ่มเฟือย เนื่องจากประเทศในกลุ่มเอเชียมีคนชั้นกลางจำนวนมาก ทำให้การจับจ่ายใช้สอยสูง รวมทั้งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อุปกรณ์สมาร์ตโฟน และกลุ่มการเงินก็น่าสนใจเช่นกัน โดยหุ้นหลายตัวในเอเชียราคายังถูก สามารถเลือกลงทุนได้ เนื่องจากแนวโน้มกำไรยังเติบโตได้ดี

นางลินดา กล่าวว่า กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดเล็กในเอเชียและหรือแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น ผ่านกองทุนหลัก คือ Manulife Global FundAsian Small Cap Equity Fund ซึ่งหุ้นที่ลงทุนต้องมีขนาดมูลค่าตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) จำนวน 3003,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเฉลี่ย 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันพอร์ตลงทุนอยู่ใน 12 ตลาดทั่วเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย

“เป้าหมายของกองนี้จะซื้อหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโต ราคาไม่แพงและมีสภาพคล่องดี ซึ่งแต่ละตัวที่ลงทุนมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% โดยปัจจุบันลงทุนหุ้นเต็มพอร์ตแทบจะไม่ถือเงินสดไว้ และในบางจังหวะหากจะถือเงินสดก็ไม่เกิน 3% ของมูลค่าสินทรัพย์” นางลินดา กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้น พ.ค.ที่ผ่านมาให้ผลตอบแทน 30% ซึ่งสูงกว่าดัชนี MSCI World Index ซึ่งอยู่ที่ 12.10% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐให้ผลตอบแทน 11.50% และตลาดหุ้นไทยผลตอบแทน 12.70%

นอกจากนี้ พอร์ตการลงทุนของกองทุนมีสัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (พี/อี) อยู่ที่ 10.5 เท่า ต่ำกว่าพี/อีของดัชนีเปรียบเทียบซึ่งอยู่ที่ 13.3 เท่า ชี้ให้เห็นว่าพี/อีของหุ้นที่กองทุนลงทุนต่ำกว่าตลาดและสามารถทำกำไรได้ดีมากกว่าตลาดเป็นผลจากการเลือกหุ้นของกองทุน

นางลินดา กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มแมนูไลฟ์ยังให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียเหนือ เช่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน และจีน โดยให้น้ำหนักน้อยในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากราคาหุ้นเริ่มแพง ยกเว้นตลาดหุ้นไทยที่ยังให้น้ำหนักการลงทุนตามตลาด ซึ่งปัจจุบันกองทุนลงทุนในหุ้นไทยประมาณ 5 บริษัท และมีแผนจะลงทุนเพิ่มในอีกไม่ช้าหลังจากราคาหุ้นปรับตัวลดลง

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐส่งผลให้การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐน่าสนใจเช่นเดียวกัน แต่ยังต้องติดตามตัวเลขการว่างงานอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดยังรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะลดวงเงินใช้ในมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) หรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย