
ค้านกสทช.ใช้คลื่น700ทำทีวีดิจิตอล
สมาคมจีเอสเอ็มเอ ยื่นหนังสือ กสทช.ทบทวนการจัดสรรคลื่น 700 หวั่นกระทบประเทศเพื่อนบ้าน
สมาคมจีเอสเอ็มเอ ยื่นหนังสือ กสทช.ทบทวนการจัดสรรคลื่น 700 หวั่นกระทบประเทศเพื่อนบ้าน
น.ส.คริส เปเรรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและการกำกับดูแลคลื่นความถี่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สมาคมจีเอสเอ็มเอ ผู้ดูแลการให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมทั่วโลก เปิดเผยว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ต้องเร่งกำหนดแผนการดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยแบ่งเป็นย่าน 510-698 เมกะเฮิรตซ์ ใช้สำหรับทีวีดิจิตอล และย่าน 698-806 เมกะเฮิรตซ์ใช้สำหรับบริการโมบายบรอดแบนด์
ทั้งนี้ จากการศึกษาของ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (บีซีจี) ระบุว่า หาก กสทช. ยืนยันจะจัดสรรคลื่นความถี่ 700 ในย่าน 698-806 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับทีวีดิจิตอล จะส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซีย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และพม่า ที่ใช้ย่านความถี่ดังกล่าวในบริการโมบายบรอดแบนด์ ที่สำคัญคลื่นย่านดังกล่าวถูกกำหนดเป็นโมบายบรอดแบนด์ที่มีความครอบคลุมกว้างที่สุดจะช่วยให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปถึงพื้นที่ห่างไกลได้ดี หากไทยไม่ใช้จะเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ
ส่งผลให้เกิดการสูญเสียจีดีพีมูลค่า 3,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การจ้างงานใหม่ลดลง 9.6 หมื่นตำแหน่ง หาก กสทช. ตัดสินใจเปลี่ยนมาทำตามมาตรฐานสากล จะมีส่วนช่วยจีดีพีของประเทศ ภายในปี 2558 มากกว่า 1.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างงานเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.5 หมื่นตำแหน่ง
“จีเอสเอ็มเอได้ยื่นหนังสือต่อ กสทช.เรียบร้อยแล้ว และจะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการด้วย และเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะตัดสินใจจัดสรรคลื่นให้ตรงกับมาตรฐานสากล” น.ส.เปเรรา กล่าว
นายศรัณย์ ผโลประการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนกลางแผนเครือข่ายและบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า สมาคมจีเอสเอ็มเอไม่ได้มีเจตนาจะทำให้การประมูลคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับทีวีดิจิตอลจะต้องล่าช้าออกไป เพราะสามารถทำได้โดยจัดสรรคลื่นความถี่ดิจิตอลใหม่ และให้มีการออกอากาศคู่ขนานกับระบบอนาล็อกเดิม พร้อมกับนำช่วงความถี่ที่เป็นช่องว่างฟันหลอมาให้บริการ จากนั้นให้ยกเลิกระบบอนาล็อกและขยับความถี่ใหม่อีกครั้งพร้อมกับแก้ไขแผนแม่บทคลื่นความถี่ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี แต่ต้องกำหนดตั้งแต่วันนี้
“การใช้ 3จี 2100 เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ไม่ถึง 5 ปีจากนี้ผู้ใช้บริการจะแน่นเพราะลูกค้า 2จีเดิมย้ายมาจนเต็ม ต้องมีบริการแอลทีอี และ 700 ในย่าน 698-806 เมกะเฮิรตซ์ เป็นย่านคลื่นความถี่ต่ำย่านสุดท้ายที่มาตรฐานสากลกำหนดให้ใช้โมบายบรอดแบนด์ จะช่วยให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว้างไกลขึ้น ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ต่างจังหวัดมาก” นายศรันย์ กล่าว
ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ได้ชี้แจงสมาคมจีเอสเอ็มเอและสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แล้วว่า ไม่สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ตามที่เสนอแนะมาได้ และยืนยันว่าข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับการจัดสรรคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ใหม่นั้น ไม่มีผลกระทบต่อการประมูลช่องรายการทีวีดิจิตอลที่วางไว้เดือน ก.ย.ปีนี้ทั้งนี้ สมาคมจีเอสเอ็มและสมาคมโทรคมนาคมฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กสทช. และวุฒิสมาชิกเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เรียกร้องให้จัดสรรคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิร์ตซเพื่อใช้ในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งจะทำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแผนแม่บทคลื่นความถี่เอเชียแปซิฟิก แต่เนื่องจากแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่แห่งชาติ และ แผนแม่บทคลื่นความถี่กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ของไทย กำหนดชัดเจนแล้วว่าคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิร์ตซจะใช้ในกิจการโทรทัศน์ รวมถึงแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมก็ไม่ได้กำหนดคลื่น 700 ไว้สำหรับกิจการโทรคมนาคมด้วย
สำหรับแผนแม่บททั้ง 3 ฉบับของ กสทช. มีระยะเวลา 5 ปี คือ 2555-2559 และจะปรับปรุงทุก 2 ปี อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นที่จะต้องจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ให้สอดคล้องกับทั่วโลก ต้องขึ้นอยู่กับบอร์ด กสทช.ชุดใหญ่จะเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งจะหารือเรื่องนี้วันที่ 19 มิ.ย.อีกครั้ง“การปรับปรุงแผนแม่บทฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดำเนินการได้ เพราะต้องผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ดังนั้น ข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ นั้น กสทช. ยินดีรับ แต่ไม่สามารถทำตามได้ เพราะต้องอิงแผนแม่บทแห่งชาติของไทยเป็นหลัก” นายฐากรกล่าว







