
ทันสถานการณ์
ออกหนังสือรับรองไฮเทคเริ่ม 17 มิ.ย.
ออกหนังสือรับรองไฮเทคเริ่ม 17 มิ.ย.
นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า วันที่ 17 มิ.ย.เป็นต้นไป จะเริ่มเปิดบริการออกหนังสือรับรองนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e–Certificate) ให้กับห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ผ่านเคาน์เตอร์ให้บริการของธนาคาร โดยเริ่มจากธนาคารกสิกรไทย ทั้ง 844 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีช่องทางเลือกในการใช้บริการได้เพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีสาขาธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการออกหนังสือรับรองนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งสิ้น 3,120 สาขา ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ 235 สาขา ธนาคารกรุงไทย 1,102 สาขา ธนาคารออมสิน 939 สาขา และธนาคารกสิกรไทย 844 สาขา
นอกจากนี้ ยังมีธนาคารพาณิชย์ที่จะเข้าร่วมโครงการกับกรมฯ อีก 2 แห่ง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารธนชาต ซึ่งหนังสือรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยนำเทคโนโลยีลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Signature มาใช้ เพื่อสามารถให้บริการประชาชนหรือผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึง
สถาบันยานยนต์ชวดงบ 3,000 ลบ.
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าสถาบันยานยนต์ไม่ได้รับงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ที่ได้ขอไปยังคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เพื่อใช้ดำเนินการสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์เพิ่มเติม ซึ่งเป็นการลงทุนในศูนย์ทดสอบไม่รวมสนามทดสอบ จากเงินลงทุนทั้งโครงการ 8,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จะเสนอบอร์ดเพื่อใช้งบประมาณของสถาบันสำหรับการก่อสร้างศูนย์ทดสอบและเครื่องมือการทดสอบ เนื่องจากไทยมีข้อผูกพันกับชาติสมาชิกอาเซียนด้านการยอมรับมาตรฐานยานยนต์ระหว่างกัน ที่ต้องมีความสามารถในการทดสอบชิ้นส่วนยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 19 รายการ ก่อนสิ้นปี 2558
ปัดดันอู่ตะเภาเป็นสนามบินพาณิชย์
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทยุทธศาสตร์การขนส่งทางอากาศ ซึ่งจะเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบิน รวมทั้งการพัฒนาสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง โดยเน้นการเปิดบริการเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการแก้ปัญหาความแออัดของการใช้สนามบินและการจราจรทางอากาศ
สำหรับแผนดังกล่าว กระทรวงคมนาคมได้รับมอบหมายจากครม. หลังจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศ.) ได้เสนอให้ ครม.บรรจุปัญหาความแออัดด้านการบินเป็นวาระแห่งชาติ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทั้งการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวและการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค ทำให้จำนวนผู้โดยสารมีมาก
อย่างไรก็ตาม สำหรับสนามบินอู่ตะเภา ทางกองทัพเรือแจ้งว่าไม่สามารถพัฒนาสนามบินการพัฒนาเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเพื่อลดความแออัดของการใช้สนามบินภายในประเทศโดยกล่าวว่าให้เป็นเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบตามมติ ครม.ได้ เพราะหากเปิดให้บริการบินเชิงพาณิชย์อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางทหาร ซึ่งปัจจุบันใช้พื้นที่กว่า 50% สำหรับฝึกบิน แต่สามารถใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินสำรองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนกรณีที่เครื่องบินไม่สามารถลงจอดที่สนามบินดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิได้ โดยสนามบินอู่ตะเภาสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 7.9 หมื่นคนต่อปี
ในส่วนของการพัฒนาการขนส่งทางอากาศนั้น







