
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปั้นเถ้าแก่ใหม่ บุกไทย-ทั่วโลก
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
“เราเปรียบเสมือนหมอตำแยให้แก่ผู้ประกอบการไทยทุกราย ไปจนถึงเป็นสัปเหร่อ เพราะกรมทำหน้าที่ตั้งแต่รับจดทะเบียน จัดตั้งบริษัท เพื่อเข้ามาทำธุรกิจอย่างเป็นทางการ ให้ความรู้ ช่วยเหลือ ส่งเสริมผู้ประกอบการ ไปจนถึงบริษัทที่ต้องการเลิกทำธุรกิจก็ต้องมาใช้บริการขอเลิกจดทะเบียนที่นี่เช่นกัน”
พิกุล ทักษิณวราจาร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อธิบายหน้าที่ บทบาท ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมเปิดใจถึงภารกิจในการผลักดันและส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ ให้มีโอกาสขยายธุรกิจ และตลาดใหม่เพื่อสร้างการเติบโตมากขึ้น โดยมีแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการ ผ่านบันไดทั้งหมด 3 ขั้น
บันไดขั้นแรก เริ่มจากให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจ ตั้งแต่ไม่มีความรู้ จนมีความเข้าใจธุรกิจ สามารถทำธุรกิจได้ รวมถึงให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการที่เริ่มทำธุรกิจแล้ว ให้มีประสิทธิภาพและทำธุรกิจได้ดีขึ้น ทั้งเรื่องการวางแผนบริหารจัดการธุรกิจ การวางแผนตลาด และการสร้างแบรนด์
บันไดขั้นที่สอง คือ การยกระดับมาตรฐานของธุรกิจให้สูงขึ้น โดยส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจบริการด้านต่างๆ ทั้งบริการเพื่อสุขภาพ สปา การให้บริการผู้สูงอายุ การท่องเที่ยว ธุรกิจแฟรนไชส์ ค้าปลีก ค้าส่ง โลจิสติกส์ และธุรกิจด้านอื่นๆ รวมถึงเอสเอ็มอีจำนวน 2.65 ล้านราย ให้ขยายตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น
บันไดขั้นสุดท้าย คือการสร้างโอกาสตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการในตลาดต่างประเทศ เพราะในต่างประเทศสามารถขยายเครือข่ายธุรกิจได้อีกมาก โดยเฉพาะตลาดในอาเซียนที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอนาคตอันใกล้นี้
นอกจากนี้ กรมยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันมาทำธุรกิจผ่านช่องทาง อีคอมเมิร์ซ หรือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะเป็นช่องทางธุรกิจที่เติบโตได้ดี เห็นได้จากจำนวนประชากรไทยที่มี 67 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 24 ล้านคน และการเติบโตของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ตโฟน สูงถึง 177% ผลดังกล่าวมาจากพฤติกรรมคนไทยที่สนใจเทคโนโลยี รวมถึงสินค้าไอทีเพิ่มสูงมาก
หากประเมินการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในปี 2556 คาดว่าจะมีมูลค่า 9 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมได้ออกเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ให้แก่ผู้ประกอบการที่เปิดเว็บไซต์ทำธุรกิจซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจะได้รับเครื่องหมาย DBD Registered เพื่อแสดงความมีตัวตนในการทำธุรกิจและมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ เพื่อให้นำเครื่องหมายไปติดตั้งหน้าเว็บไซต์ แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของธุรกิจมีตัวตนถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับเครื่องหมาย DBD Registered เริ่มให้แก่ผู้ประกอบการตั้งแต่ปี 2546 จนมาถึงปีปัจจุบัน มีผู้ประกอบการที่เข้ามาจดทะเบียนอีคอมเมิร์ซแล้ว 9,260 ราย คิดเป็นจำนวนเว็บไซต์มากกว่า 11,181 เว็บไซต์ โดยแต่ละปีจะมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 1,000 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะความสนใจทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังออกเครื่องหมาย DBD Verified เพื่อรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้เห็นว่าทำเว็บไซต์ที่เป็นร้านค้าออนไลน์ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ อิงมาตรฐานจากต่างประเทศ ถือเป็นเครื่องหมายช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถืออีกขั้นหนึ่ง รวมทั้งยังทำโครงการ นิวเวฟอีคอมเมิร์ซ เพื่อส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้ามาทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยให้ความรู้ทุกด้าน จนสามารถเปิดหน้าเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าได้จริง
ส่วนผู้ประกอบการในต่างจังหวัด สามารถใช้บริการผ่านศูนย์ บิซ คลับ ที่มีอยู่ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ หน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำแก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรวมกลุ่มเพื่อเป็นเครือข่ายทำธุรกิจร่วมกัน มุ่งในกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็ก ไปจนถึงบรรดา พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอยที่มีจำนวนมาก สามารถเข้ามาปรึกษาและขอคำแนะนำทำค้าขายกับได้ ทั้งช่องทางการขาย และปัญหาอุปสรรคในการค้าขาย รวมแล้วแต่ละปีกรมมีการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการมากกว่า 10,000 ราย ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่ 80 ล้านบาท
สำหรับปีนี้ประเมินว่ามีผู้ประกอบการเข้ามาจดทะเบียน จัดตั้งธุรกิจกับกรม ประมาณ 6 หมื่นราย และการเข้ามาจดทะเบียนก็เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันไม่มีผลกระทบมากนัก ส่วนปี 2555 มีผู้ประกอบการเข้ามาจดทะเบียน จัดตั้งธุรกิจประมาณ 5.5 หมื่นราย
“ปัญหาอุปสรรคของผู้ประกอบการไทยจะอยู่ที่ การบริหารจัดการองค์กรให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล เพราะการบริหารจัดการภายใน ถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ และต้องให้ความสำคัญกับการรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร เพื่อให้ปรับธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก” พิกุล กล่าวทิ้งท้าย
โอกาสมีอีกมากหากผู้ประกอบการพร้อมเปิดธุรกิจ เป็นเถ้าแก่รายใหม่ กรมก็พร้อมให้คำแนะนำและผลักดัน ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยทุกราย







