
USD Futures
เงินบาทอ่อนค่าลง ผู้นำเข้าต้องกุมขมับกับต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเงินบาทที่ต้องใช้แลกกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำมาจ่ายกับค่าสินค้าที่นำเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ราคาขายสินค้าภายในประเทศก็อาจจะไม่สามารถปรับขึ้นลงตามค่าเงินได้ทันที หากเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่จะป้องกันความเสี่ยงของค่าเงิน โดยทำสัญญาฟอร์เวิร์ดส์กับธนาคารได้ แต่สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กอาจจะไม่คุ้นเคยกับการป้องกันความเสี่ยงเท่าไรนัก ซึ่งที่จริงแล้วท่านสามารถทำได้ง่ายๆ โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า USD Futures ใน TFEX
เงินบาทอ่อนค่าลง ผู้นำเข้าต้องกุมขมับกับต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเงินบาทที่ต้องใช้แลกกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำมาจ่ายกับค่าสินค้าที่นำเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ราคาขายสินค้าภายในประเทศก็อาจจะไม่สามารถปรับขึ้นลงตามค่าเงินได้ทันที หากเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่จะป้องกันความเสี่ยงของค่าเงิน โดยทำสัญญาฟอร์เวิร์ดส์กับธนาคารได้ แต่สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กอาจจะไม่คุ้นเคยกับการป้องกันความเสี่ยงเท่าไรนัก ซึ่งที่จริงแล้วท่านสามารถทำได้ง่ายๆ โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า USD Futures ใน TFEX
การใช้ USD Futures เพื่อป้องกันความเสี่ยงสามารถทำได้ง่าย แค่เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ก็สามารถเข้ามาซื้อขายได้ทันที ต่างจากการซื้อดอลลาร์ฟอร์เวิร์ดส์กับธนาคารที่จะต้องมีหลักฐานแสดง นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนที่ซื้อขายใน TFEX ก็มีส่วนต่างราคาซื้อและราคาขายที่ค่อนข้างต่ำครับ
สิ่งที่ต่างจากการซื้อฟอร์เวิร์ดส์คือ USD Futures มีการกำหนดลักษณะของสัญญาไว้เป็นมาตรฐาน โดยกำหนดว่า 1 สัญญา เท่ากับ 1,000 USD และในส่วนเดือนที่ครบกำหนดอายุก็จะมีให้เลือก 4 แบบที่มีวันครบกำหนดแตกต่างกัน ได้แก่ สัญญาที่ครบกำหนดในเดือนใกล้สุดจากปัจจุบัน 3 ลำดับ และสัญญาที่ครบกำหนดในเดือนสุดท้ายของไตรมาสถัดไป เช่น ในปัจจุบันเป็นวันที่ 14 มิ.ย. 2556 ดังนั้น USD Futures ที่มีให้ซื้อขายจะประกอบด้วยสัญญาเดือน มิ.ย., ก.ค., ส.ค. และ ธ.ค. ผู้ประกอบการจึงจะต้องคำนวณว่าต้องซื้อขาย USD Futures กี่สัญญา และต้องเลือกสัญญาที่ครบกำหนดอายุเดือนใดจึงจะเหมาะกับรายการรับส่งเงินดอลลาร์ที่เกิดขึ้นจริงให้มากที่สุด
เช่น บริษัทเสื้อผ้าซึ่งนำเข้าเครื่องนุ่งห่มจากต่างประเทศ จะต้องจ่ายเงินค่าเสื้อที่สั่งไว้จากต่างประเทศในอีก 45 วันข้างหน้า จำนวน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น บริษัทเสื้อผ้าก็จะมีความเสี่ยงว่าหากค่าเงินบาทอ่อนตัวลงมากกว่าปัจจุบันก็จะทำให้ต้นทุนที่เกิดขึ้นเพิ่มขึ้น
บริษัทเสื้อผ้าสามารถเข้ามาล็อกอัตราแลกเปลี่ยนได้ตั้งแต่ปัจจุบัน โดยการซื้อ USD Futures จำนวน 50 สัญญา (1 สัญญา = 1,000 USD) โดยอาจเลือกซื้อ USD Futures ในสัญญาที่ครบกำหนดอายุเดือน ก.ค. ซึ่งใกล้เคียงกับวันที่จะต้องจ่ายค่าเสื้อผ้าจริง
ในทางกลับกัน หากค่าเงิน ณ สิ้นเดือน ก.ค. แข็งค่าขึ้น USD Futures ก็จะขาดทุน แต่ก็จะถูกชดเชยกับต้นทุนที่ลดลงที่ต้องจ่ายค่าเสื้อผ้าจริง ทำให้ผลกระทบโดยรวมไม่มากนักเช่นกัน







