
รถจีนบุกไทยเป็นฐานผลิตมองยาวส่งออกอาเซียน
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราการขยายตัวของตลาดรถยนต์สูง ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนมุ่งหน้าเข้ามาลงทุน เนื่องจากการขยายตัวของตลาดจีนเองเริ่มชะลอตัว โดยการบุกตลาดไทยนั้น คาดว่าไม่ได้มุ่งเน้นแต่เพียงตลาดภายในประเทศ แต่เป็นการเข้ามาลงทุนผลิตเพื่อป้อนตลาดส่งออกในอาเซียน โดยอาศัยสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรีคาดว่าผู้ผลิตรถยนต์จีนจะพิจารณาใช้ชิ้นส่วนจาก supplier รายเดิมที่มีสาขาในประเทศไทย ซึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยจะได้ประโยชน์ต่อเนื่องจากความต้องการชิ้นส่วนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ผลิตส่งออกอาเซียน ส.อ.ท.เผย ผลิตรถราคาถูกขายในไทยเป็นหลัก ชี้แม้ยอดผลิต 2,000 คันต่อปีคาดมีการ ตอนนี้เข้ามาแล้ว 56 ราย ขายรถถูก คาด
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ผลิตรถจากประเทศจีนเข้ามาลงทุนฐานการผลิตในไทยแล้ว 56 ราย แต่ยอดการผลิตยังไม่สูงนัก ตกอยู่ประมาณ 2,000 คันต่อปี และยังคงมีเป้าหมายในการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยเป็นหลัก
ทั้งนี้ กลุ่มที่สามารถเจาะตลาดในไทยได้คือ รถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดเล็กราคาถูก โดยหนึ่งในผู้ผลิต คือ ตงฟง มอเตอร์ส ซึ่งกลยุทธ์หลักของผู้ผลิตจากจีน คือ ราคา อย่างไรก็ตามในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กราคา 34 แสนบาท แม้จะราคาถูกแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก
“ที่จีนเข้ามาบ้านเราจะเจาะตลาดรถปิกอัพและรถบรรทุกขนาดเล็ก ซึ่งมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่จะโตได้แค่ไหนคงต้องรอเวลาพิสูจน์กันอีกพอสมควร ทั้งความสามารถในการแก้ปัญหาได้รวดเร็วและบริการหลังการขาย” สุรพงษ์ กล่าว
สุรพงษ์ บอกว่า แม้ยอดการผลิตของค่ายรถจีนจะยังไม่สูงนัก แต่ก็ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะในอดีตที่ผ่านมา ยุคแรกๆ ประมาณปี 2505-2506 ที่ผู้ผลิตจากญี่ปุ่นเพิ่งเข้ามา ก็มีการผลิตไม่ถึงปีละ 1 หมื่นคัน แต่ปัจจุบันการผลิตเพิ่มขึ้นมากอยู่ในหลักล้านคันแล้ว
“มองว่าช่วงนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของผู้ผลิตจากจีน และคาดว่าน่าจะมีแผนที่จะผลิตในไทยเพื่อส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งเศรษฐกิจอยู่ในช่วงที่กำลังขยายตัว” สุรพงษ์ ให้ความเห็น
ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การเข้ามาลงทุนในไทยของผู้ผลิตจีน คาดว่าไม่ได้มุ่งเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก แต่จะเป็นการบุกเพื่อส่งออกในตลาดอาเซียนที่ตลาดรถยนต์กำลังเติบโต โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมคือ อัตราภาษีนำเข้าร้อยละศูนย์ ภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน
ทั้งนี้ การเข้ามาในไทยของผู้ผลิตรถยนต์จีนจะแตกต่างจากการเข้าไปในตลาดอื่น ที่ปกติจะเป็นการส่งออกรถยนต์ทั้งคัน เมื่อตลาดตอบรับและมียอดขายเติบโตได้ดีจึงลงทุนสร้างโรงงานประกอบรถยนต์โดยนำเข้าชิ้นส่วนสำเร็จมาประกอบ
แต่กรณีของไทย ผู้ผลิตจีนเข้ามาสร้างโรงงานโดยที่ไม่ได้มีการส่งรถเข้ามาทำตลาดก่อน จึงคาดว่าจะเป็นการสร้างฐานเพื่อผลิตส่งไปในอาเซียนที่กำลังเติบโต โดยอาศัยสิทธิประโยชน์อัตราภาษีร้อยละศูนย์ ภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนดังกล่าว
ศูนย์วิจัยฯ ระบุอีกว่า แต่การที่ผู้ผลิตจากจีนต้องใช้วัตถุดิบในประเทศขั้นต่ำให้ได้ร้อยละ 40 เพื่อที่จะได้สิทธิในการใช้อัตราภาษีร้อยละศูนย์ของความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากความต้องการชิ้นส่วนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยมีการพัฒนามานาน มีความพร้อมในการป้อนชิ้นส่วนรถยนต์ให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์จีน โดยคาดว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ระดับโลก หรือ โกลบอล ซัพพลายเออร์ ในประเทศไทย ที่เดิมเป็นซัพพลายเออร์อยู่ในประเทศจีนจะได้ประโยชน์เป็นอันดับแรก
ปัจจุบันพบว่ามีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับเทียร์ 1 ในประเทศไทยหลายรายที่ผลิตป้อนผู้ผลิตรถยนต์จีน เช่น ออโต้ลิฟ คาลโซนิค คันเซ และเดลฟี ส่วนซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนสัญชาติจีน คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะตามเข้ามาในไทยในอนาคต
“แม้ว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยมีความพร้อมที่จะสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์จีน แต่ก็ต้องระมัดระวังความเสี่ยงที่จะเสียลูกค้าผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยครอบครองโดยผู้ผลิตรถญี่ปุ่น” ศูนย์วิจัยฯ ระบุ







