posttoday
กสิกรไทยฟันธงสินเชื่อหมดร้อนดอกเบี้ยขึ้นยาก

กสิกรไทยฟันธงสินเชื่อหมดร้อนดอกเบี้ยขึ้นยาก

17 เมษายน 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — ม็อบทุบเศรษฐกิจ เชื่อ ธปท. คงดอกเบี้ยนโยบาย และธนาคารพาณิชย์ประคองสินเชื่อ

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า หากสถานการณ์การเมืองยังคงยืดเยื้อออกไป ธนาคารพาณิชย์จะมีการทบทวนการรุกสินเชื่อและการดึงเงินฝากเพื่อเตรียมขยายธุรกิจในปีนี้ ทำให้การแข่งขันกันสู้ราคาในด้านอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ ที่เดิมมีแนวโน้มสูงขึ้นตามภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คงจะเริ่มลดลง จนกว่าสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองจะคลี่คลาย

นอกจากนั้น คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยืนอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ในการประชุมวันที่ 21 เม.ย.นี้ และรอดูผลกระทบทางการเมืองต่อเศรษฐกิจก่อนที่จะเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ในการทยอยถอยออกจากนโยบายผ่อนปรนเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกันผลกระทบทางการเมืองที่มีต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ คงจะมีผลต่อแนวโน้มการขยายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์อย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในสาขาที่มีธุรกิจอยู่ในพื้นที่ชุมนุมหรือมีเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมโยงกับธุรกิจในย่านดังกล่าว อาทิ ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจค้าปลีก

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งคงจะต้องมีการประเมินผลกระทบต่อแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ ทั้งในด้านจุลภาค คือ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผู้ประกอบการแต่ละรายซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารที่อาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมในแง่ของกระแสเงินสด คุณภาพสินทรัพย์ ตลอดจนความต้องการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อ ที่อาจชะลอตัวลงจากการสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว และการชะลอตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภค

สำหรับทิศทางค่าเงินบาทนั้น แม้ถูกกดดันจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ยังไม่ยุติ ผนวกกับความเป็นไปได้ที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. จะถูกเลื่อนออกไป แต่เงินบาทก็อาจจะได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการแข็งค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคหลังจากที่ธนาคารกลางหลายแห่งในเอเชียทยอยเพิ่มความเข้มงวดต่อการดำเนินนโยบายการเงิน อาจจะส่งผลให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าด้วยกรอบความเคลื่อนไหวที่ผันผวนมากขึ้นในระยะเวลาต่อจากนี้ แม้อาจมีอัตราการแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับอัตราการแข็งค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแม้ว่าธนาคารพาณิชย์น่าที่จะยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำพิเศษต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนจูงใจออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาด ก็ตาม

ส่วนแนวโน้มอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ไทยนั้น จังหวะเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทางการที่มีแนวโน้มเลื่อนออกไป น่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ต้องการแสวงหาเงินลงทุน เพราะทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่มีแนวโน้มไม่ปรับขึ้นมาก น่าจะเอื้อต่อการออกหุ้นกู้เอกชนด้วยต้นทุนการระดมทุนที่ไม่แพงมากนัก สำหรับผู้ออม ทางเลือกการออมที่เสนอผลตอบแทนจูงใจ อาทิ พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง หุ้นกู้เอกชนที่มีฐานะการเงินมั่นคง กองทุนรวมต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษของธนาคารพาณิชย์ น่าจะยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้ออมเงิน ท่ามกลางภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปยังมีแนวโน้มยืนที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน