
กลุ่มชิ้นส่วนญี่ปุ่นบุกไทย
ทุ่มกว่า4,000ล้านเปิดโรงงานใหม่เผย200บริษัทลงทุนต่อเนื่อง3-5ปี
ทุ่มกว่า4,000ล้านเปิดโรงงานใหม่เผย200บริษัทลงทุนต่อเนื่อง3-5ปี
เอสเอ็มอีชิ้นส่วนยานยนต์ญี่ปุ่นกว่า 200 บริษัท จ่อเปิดโรงงานในไทย งบลงทุน 4,000 ล้านบาท แนะเอสเอ็มอีไทยปรับธุรกิจ ผลิตเทคโนโลยีสูงรับมือ
นายชัยณรงค์ ลิมป์กิตติสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากประเทศญี่ปุ่น ในกลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ประมาณ 200 บริษัท จากเมืองโตเกียวและโยโกฮามา สนใจเข้ามาสร้างโรงงานในไทย โดยใช้พื้นที่ภาคตะวันออก คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนเอง 3,000 ล้านบาท และเข้ามาร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นในไทย หรือบริษัทไทยประมาณ 1,000 ล้านบาท
สำหรับเอสเอ็มอีกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยมีขนาดใหญ่ มียอดผลิตสูงถึง 2 ล้านคันต่อปี รวมทั้งมีบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นเข้ามาสร้างโรงงานในไทยจำนวนมาก ทำให้เอสเอ็มอีของประเทศญี่ปุ่นผลิตเพื่อส่งให้แก่บริษัทรถยนต์ได้ทันที ขณะเดียวกันยังมีเอสเอ็มอีกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศญี่ปุ่นสนใจเข้ามาสร้างโรงงานในไทยเช่นกัน
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีจากประเทศญี่ปุ่นไม่มีความกังวลกับสถานการณ์การเมืองและปัจจัยลบอื่นๆ ในไทย แต่เป็นห่วงกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนจำนวนเอสเอ็มอี 200 บริษัทนั้น มาจากการที่บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ ได้ไปโรดโชว์ในประเทศญี่ปุ่นที่เมืองโตเกียวและโยโกฮามา ซึ่งคาดว่าการลงทุนของเอสเอ็มอีจากประเทศญี่ปุ่นจะมีต่อเนื่องไปอีก 35 ปีข้างหน้า โดยเฉลี่ยการสร้างโรงงานแต่ละแห่งใช้พื้นที่ 500-1,000 ตร.ม. และเงินลงทุน 20-30 ล้านบาทต่อแห่ง
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงในขณะนี้มีผลกระทบให้การลงทุนเข้ามาไม่เร็วมากนัก แต่หากเงินเยนแข็งค่าขึ้นจะกระตุ้นให้เข้ามาลงทุนในไทยเร็วขึ้น ส่วนการที่เอสเอ็มอีญี่ปุ่นสนใจเข้ามาลงทุนในไทยมีผลกระทบต่อเอสเอ็มอีของไทยที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จำนวน 4,000 บริษัทเช่นกัน แม้ว่าเอสเอ็มอีญี่ปุ่นจะผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แต่ละแบบที่ไม่เหมือนเอสเอ็มอีไทยก็ตาม โดยผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวทั้งเรื่องเทคโนโลยีการผลิตให้สูงขึ้น ขยายการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้าน หรือร่วมทุนกับเอสเอ็มอีญี่ปุ่นแทน
นอกจากนี้ประเมินว่าหลังจาก 5 ปีผ่านไปแล้ว จะมีการลงทุนใหม่ของบริษัทในประเทศญี่ปุ่น แต่จะเป็นการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงของการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญ เพราะมีบริษัทจำนวนมากที่ยังไม่ย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงออกจากประเทศญี่ปุ่น และไทยเป็นประเทศที่บริษัทในญี่ปุ่นสนใจลงทุน
“เอสเอ็มอีกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่เตรียมเข้ามาลงทุนในไทยครั้งนี้ ถือเป็นคลื่นลูกสุดท้ายของเอสเอ็มอีญี่ปุ่น เพราะก่อนหน้ามีบริษัทขนาดกลางและใหญ่กลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนหมดแล้ว หลังจากนี้ไปอีก 5 นี้ข้างหน้าต้องจัยตามอง คลื่นลูกใหม่ของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงจะเข้ามาลงทุนในไทย”
พร้อมกันนี้ รี้ด เทรดเด็กซ์ ได้จัดงานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2013 และงาน เนปกอนไทยแลนด์ 2013 โดยเป็นงานมหกรรมเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ระหว่างวันที่ มีจำนวนบูธในงานรวม 1,500 คูหา พื้นที่ 4 หมื่น ตร.ม. กำหนดจัดงานขึ้นวันที่ 20-23 มิ.ย.นี้ ที่ไบเทค บางนา คาดว่าจะมีผู้ร่วมงาน 5.5 หมื่นคน ยอดซื้อขาย 6,000-7,000 ล้านบาทคาดว่าจะมีประชาชนและมีผู้ประกอบการเข้ามาชมงานมากกว่า 55,000 คน มีการซื้อขายเครื่องจักรในงานคิดเป็นมูลค่า 67 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มียอดซื้อขายในงาน 45 พันล้านบาท







