
ดันทุรัง
มึนไปตามๆ กัน หลังจากที่ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” นำทีมแถลงตัวเลขรับจำนำข้าวของรัฐบาลเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมี “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” รมช.พาณิชย์ และ “ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย” รมช.คลัง และ ธ.ก.ส. เล่นบทผู้ช่วยพระเอก ร่วมด้วยช่วยแจง
มึนไปตามๆ กัน หลังจากที่ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” นำทีมแถลงตัวเลขรับจำนำข้าวของรัฐบาลเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมี “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” รมช.พาณิชย์ และ “ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย” รมช.คลัง และ ธ.ก.ส. เล่นบทผู้ช่วยพระเอก ร่วมด้วยช่วยแจง
แต่ช่วยกันท่าไหนไม่รู้ แถไปแถมา ออกป่าออกทะเล จนงงกันไปหมด ครั้นสื่อมวลชนที่ตามล่าหาตัว รมว.มาตลอดหลายวัน จี้ถามตรงประเด็นถึงตัวเลขขาดทุนจากการขายข้าวในสต๊อก รวมถึงปริมาณข้าวที่ขายออกไป ก็เกิดอาการอ้ำอึ้ง อึกอัก ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว
สุดท้าย แค่ยืนยันว่า ขาดทุนไม่น่าจะถึง 2.6 แสนล้านบาท อย่างที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำบอก ส่วนข้าวในสต๊อก จะขายไปมากน้อยแค่ไหน ให้กับใคร ราคาเท่าไหร่ ฯลฯ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน!
ข้าวในสต๊อกของรัฐบาลไทยขายออกไม่ออก ไม่รู้แน่ แต่ที่แน่ๆ 5 เดือนแรกของปีนี้ ไทยไปนำเข้าข้าวกัมพูชามาแล้ว 1.75 หมื่นตัน เข้าป้ายเป็นผู้นำเข้าข้าวสูงสุดอันดับสามของกัมพูชา ซึ่งปีนี้ส่งออกไปได้แล้วเกือบ 1.5 แสนตัน มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วกว่าเท่าตัว
กัมพูชาส่งออกข้าวมาไทยเพิ่มขึ้นทุกเดือน ยิ่งตอกย้ำว่ากระบวนการนำเข้าข้าวเขมรผ่านช่องทางต่างๆ ตามแนวชายแดนมาสวมสิทธิกินส่วนต่างราคารับจำนำไทย ยังคงดำเนินต่อเนื่อง
แม้ตัวเลขที่ผ่านระบบกรมศุลกากรมีเพียง 1.75 หมื่นตัน แต่ในวงการว่ากันว่ามีข้าวเขมรเล็ดลอดเข้ามามากกว่านั้นมาก
ตรงคอนเซปต์โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดนี้ที่ว่า “รับจำนำทุกเมล็ด” รวมทั้งเมล็ดข้าวของประเทศเพื่อนบ้านด้วย!
ผลประโยชน์ที่ควรตกถึงชาวนาไทย ก็ไหลเข้ากระเป๋าพวกพ่อค้าหัวใสแต่ใจคด
แต่แม้จะมีเสียงคัดค้าน ทักท้วงหนักแค่ไหน รัฐบาลก็ยังลุยผลักดันโครงการต่อ
เฮ้อ! ความดันทุรังสูงจริงๆ







