posttoday
มาสด้า บีที-50 โปรสมบุกสมบัน 1,000 กม.ถึงย่างกุ้ง

มาสด้า บีที-50 โปรสมบุกสมบัน 1,000 กม.ถึงย่างกุ้ง

10 มิถุนายน 2556

ครบขวบปีสำหรับการเปิดตัว “มาสด้า บีที50 โปร” พอดิบพอดี พร้อมการเดินหน้าทำตลาดประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จัด “คาราวานประวัติศาสตร์มาสด้าเปิดประตูสู่อาเซียน” นำโดย โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์และผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ ร่วมเดินทางตลอดการเดินทางครั้งนี้

ครบขวบปีสำหรับการเปิดตัว “มาสด้า บีที50 โปร” พอดิบพอดี พร้อมการเดินหน้าทำตลาดประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จัด “คาราวานประวัติศาสตร์มาสด้าเปิดประตูสู่อาเซียน” นำโดย โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์และผู้จัดการอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ ร่วมเดินทางตลอดการเดินทางครั้งนี้

เส้นทางของการเดินทางระยะยาวครั้งนี้ “มาสด้า” ลากเส้นบนแผนที่ยาวเหยียดตั้งแต่กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า กรุงเทพฯ บนเส้นทางแห่งความท้าทาย เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะอย่างถึงใจ ซึ่งการเดินทางใช้เวลารวม 4 วัน ระยะทาง 1,000 กิโลเมตร กับการสัมผัสอารยธรรมหงสาวดี ดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ ตลอดเส้นทาง

คอนเซปต์การเดินทางในครั้งนี้สอดคล้องลงตัวกับคอนเซปต์แบรนด์สไตล์ “ZOOM-ZOOM” กับสภาพท้องถนนที่ค่อนข้างจะสมบุกสมบันขึ้นเขาลงห้วยทุกรูปแบบไปพร้อมๆ กับ “มาสด้า บีที-50 โปร” ที่มาพร้อมคอนเซปต์แบบฮีโร่ “ขับเคลื่อนทุกสิ่ง...ให้เป็นจริงได้” ซึ่งมาพร้อมราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 5.89-9.88 แสนบาท

กระบะ “มาสด้า บีที50 โปร” รูปลักษณ์ภายนอกได้ถูกออกแบบให้ฉีกกฎของการออกแบบกระบะแบบเดิมๆ ด้วยการผสมผสานแนวคาดการออกแบบที่เน้นความสวยงามมีสไตล์ควบคู่กับการใช้งาน ซึ่งมองว่าตั้งแต่ไฟหน้าจรดไฟท้ายมี “ความหวาน” ของเส้นสายการออกแบบและรูปทรง แต่ซ่อน “ความดุดัน” ในแบบฉบับกระบะอย่างลงตัว ซึ่งใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะมีคนขับรถกระบะไปงานแต่งงานหรืองานสังคมได้อย่าง “โก้หรู” และวันนั้นก็มาถึงด้วย “มาสด้า บีที-50 โปร” คันนี้

ส่วนภายในห้องโดยสาร เน้นความรู้สึกสปอร์ตและการออกแบบเช่นเดียวกันกับรถยนต์นั่ง จึงทำให้มีความกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมการให้สีสันที่กระตุ้นต่อมความเป็นสปอร์ตด้วยสีดำกับสีเงิน ซึ่งวัสดุที่ใช้มีคุณภาพสูงในการผลิตให้ความรู้สึกแข็งแรงและทนทาน มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน เครื่องเสียงที่สามารถเชื่อมต่อบลูทูธ AUX, CD และสมาร์ตโฟนตระกูล “ไอ” ที่สามารถรองรับการเล่นเต็มรูปแบบ

ขณะที่ขุมพลังเครื่องยนต์ของ “มาสด้า บีที-50 โปร” มีด้วยกัน 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล DiTHUNDER PRO ขนาด 3.2 ลิตร และ 2.2 ลิตร ที่มาพร้อมระบบส่งกำลัง (เกียร์) อัตโนมัติและธรรมดา 6 สปีด ซึ่งต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาเพราะด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ใหม่ที่ให้พละกำลังและแรงบิดที่เรียกเมื่อไหร่มาเต็มทุกที...แต่บางช่วงจังหวะ เช่น จังหวะเร่งแซงจะมีจังหวะหยุดคิดของเกียร์ (อัตโนมัติ) ทำให้อาจจะต้องเรียนรู้จังหวะกันสักเล็กน้อย ส่วนอื่นๆ ต้องบอกเลยว่า “เจ๋งจริง”

เครื่องยนต์ดีเซล DiTHUNDER PRO ถือได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ใหม่ โดยเฉพาะในรุ่น 3.2 ลิตร ที่เป็นครั้งแรกของมาสด้าที่ทำเครื่องยนต์แบบ 5 สูบ ที่ให้ความจุกระบอกสูบขนาดใหญ่แต่กะทัดรัด ให้ประสิทธิภาพและสมรรถนะที่ดีเมื่อเทียบกับรถกระบะในท้องตลาดด้วยการให้พละกำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,000 รอบ แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ

ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล DiTHUNDER PRO ในรุ่น 2.2 ลิตร คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 4 สูบ 16 วาล์ว พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,700 รอบ แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบ ซึ่งมาสด้าเคลมไว้ว่าให้กำลังมากกว่าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ที่มีอยู่ในตลาดเสียด้วยซ้ำ

ด้านระบบความปลอดภัยในกระบะสไตล์หรูคันนี้ก็ไม่น้อยหน้า จัดเต็มมาด้วยอักษรภาษาอังกฤษ 3 หลัก เพียบ! เริ่มตั้งแต่ ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน (EBA) ระบบอัตโนมัติตัดการทำงานเมื่อกดคันเร่งและเบรกในเวลาเดียวกัน (BOS) สัญญาณเตือนเบรกฉุกเฉิน (ESS) ระบบควบคุมการทรงตัวเมื่อบรรทุก (LAC) ระบบช่วยการทรงตัวของรถขนาดลากจูง (TSA) ระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ (RSC) ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HLA) จัดเต็มมากๆ!!

ส่วนช่วงล่างและระบบการควบคุม ถูกออกแบบและพัฒนาให้ได้การขับขี่ที่นุ่มสบายเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งและควบคุมได้ดังเช่นรถตรวจการ ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าอิสระแบบปีกนกคู่และคอยล์สปริง ด้านหลังแบบคานแข็งและชุดแหนบ ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและเสถียรภาพในการควบคุม รวมไปถึงระบบบังคับเลี้ยวแรคแอนพีเนียนที่ใช้เช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง

แต่ที่สัมผัสได้ตลอดเส้นทางการขับขี่ของช่วงล่าง “มาสด้า บีที-50 โปร” คือความตั้งใจที่อยากจะให้สะดวกสบายเช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง จึงรู้สึกได้ถึงความโดดเด้งและอาการของช่วงล่างการเกาะถนนขณะเข้าโค้งได้อยู่บ้าง แต่ก็ถือได้ว่าอยู่ในระดับ “พอใช้” ไม่ขี้เหร่จนน่าเกลียดสักเท่าไร ขณะที่ความแม่นยำของพวงมาลัยจุดนี้ ถือได้ว่าน้ำหนักและการบังคับสะดวกและง่ายต่อการบังคับ

ทั้งหมดของ “มาสด้า บีที50 โปร” ไม่ว่าจะเป็น ช่วงล่าง เครื่องยนต์ ระบบความปลอดภัย รวมไปถึงความสะดวกตลอดการขับขี่จากอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้ช่วงเวลา 4 วัน 1,000 กิโลเมตร จากพม่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องยากของการขับขี่ข้ามประเทศเลย

ด้วยบททดสอบต่างๆ ของสภาพภูมิอากาศและสภาพท้องถนนที่ต่างจากประเทศไทย ถือได้ว่า “มาสด้า บีที-50 โปร” ผ่าน !! บททดสอบของ “คาราวานประวัติศาสตร์มาสด้าเปิดประตูสู่อาเซียน” ในครั้งนี้ได้อย่างสบายๆ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร