posttoday
หั่นเครดิตกระทบรายย่อย

หั่นเครดิตกระทบรายย่อย

07 มิถุนายน 2556

ฉุดความน่าเชื่อถือธุรกิจส่งออกไทยวอนรัฐบาลให้ข้อมูลจริงช่วยเอสเอ็มอี

ฉุดความน่าเชื่อถือธุรกิจส่งออกไทยวอนรัฐบาลให้ข้อมูลจริงช่วยเอสเอ็มอี

สมาคมเครื่องหนังไทยหวั่น “มูดี้ส์” ลดเครดิตประเทศไทยกระทบส่งออกธุรกิจรายย่อย

นายวีระ เลิศเรืองปัญญวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พารากอน ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องหนังไทย และอุปนายกฝ่ายส่งเสริมการค้า สมาคมเครื่องหนังไทย เปิดเผยว่า จากการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ จะลดอันดับประเทศไทยลง จะส่งผลกระทบต่อเจ้าของธุรกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ทำตลาดส่งออก

ทั้งนี้ พันธมิตรคู่ค้าในตลาดต่างประเทศ จะอาศัยข้อมูลทางเศรษฐกิจจากสถาบันต่างๆ มาประกอบการตัดสินใจขยายการลงทุน หรือดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าจากต่างชาติซึ่งรวมถึงไทย โดยเฉพาะข้อมูลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทย ที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนหรือทำธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากไทย ในการวางแผนธุรกิจร่วมกันว่าจะไปในทิศทางใด

“การเตรียมลดอันดับเครดิตไทย จะสะท้อนถึงภาพลักษณ์ประเทศที่ไม่ดี อาจทำให้มีบรรยากาศไม่น่าลงทุนในภาพรวมด้วย” นายวีระ กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลควรออกมาชี้แจงข้อมูลทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ไม่ควรให้เกิด “ไวท์ลาย” ภาคสอง เพื่อให้ภาคเอกชนปรับตัวและหาแนวทางการทำธุรกิจได้ถูกต้องจากข้อมูลที่ชัดเจนบนพื้นฐานเดียวกัน เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมช่วยเศรษฐกิจประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้แบบไม่หลงทาง เพราะหากให้ข้อมูลบิดเบือน ไม่ถูกต้อง ก็เหมือนการว่ายน้ำไปข้างหน้าที่ต้องว่ายไปเรื่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงฝั่ง

นายวีระ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการส่งออกเครื่องหนังไทย มองว่าตลาดที่ดีที่สุดในขณะนี้อยู่ในภูมิภาคเอเชียและอาเซียน ที่กำลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 จากขณะนี้เศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐอเมริกายังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้คำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) สินค้าเครื่องหนังจากไทยชะลอตัว ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ควรหันมาศึกษาตลาดอาเซียนมากขึ้น

นอกจากนี้ เอสเอ็มอีควรหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในการทำตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้กับตัวเอง รองรับการแข่งขันเมื่อเข้าสู่เออีซี โดยช่วงที่ผ่านมาเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ประสบ 2 ปัญหาหลัก คือ 1.ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าในภาพรวมสูงขึ้น 3040% และ 2.เงินทุนหมุนเวียน ซึ่งอยากให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือที่มั่นคงและยั่งยืนมากกว่านี้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน