posttoday
ส่งออกสิ่งทอพุ่งฉิว15%สวนทางในประเทศร่วง

ส่งออกสิ่งทอพุ่งฉิว15%สวนทางในประเทศร่วง

16 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — สิ่งทอไทยได้อานิสงส์ ตลาดจีน อาเซียน ยอดส่งออกพุ่ง 15% สวนทาง ยอดขายในประเทศร่วง 15% จากปัญหาการเมือง

นายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.ก.พ. 2553) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15% คาดว่าสถานการณ์ในไตรมาสแรกน่าจะดีต่อเนื่องจนถึงกลางปี

ประเมินจากยอดคำสั่งซื้อที่เข้ามาเต็มจนถึงกลางปีแล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศปลายทางดีขึ้น และไทยยังได้อานิสงส์จากลูกค้าของจีนที่หันมาซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้นถึง 80% เพราะภาพลักษณ์สินค้าไทยดีกว่าคู่แข่ง อีกทั้งจีนยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์อาเซียนจีน เข้ามาซื้อสินค้าไทยได้ด้วย

ขณะที่ตลาดอาเซียนมียอดการส่งออกในช่วง 2 เดือนโตขึ้นอย่างมาก 3540% โดยไทยส่งสินค้าในกลุ่มวัตถุดิบ เช่น สิ่งทอ เส้นด้าย ผ้าผืน เป็นต้น ไปตลาดอาเซียน

ด้านสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปส่งออกได้เพิ่มขึ้น 5% เนื่องจากการเปิดเสรีภายในอาเซียนด้วยกัน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง ภาษีลดลงเหลือ 0% ทำให้ประเทศคู่ค้าของอาเซียน เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย และจีน สั่งซื้อสินค้าจากไทยเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ การค้าภายในประเทศ มองว่าสถานการณ์จะแย่ลง เนื่องจากมีปัจจัยความไม่สงบทางการเมืองเป็นปัจจัยหลัก ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาซื้อสินค้าในเมืองไทยลดลง ส่งผลให้โอกาสทางการค้าหายไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูป โดยอย่างน้อยยอดขายน่าจะลดลงประมาณ 1015%

สำหรับการลงทุนในปีนี้ ยังคงมีการลงทุนใหม่บ้างเล็กน้อย โดยจากสถิติมีโรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอเกิดใหม่ค่อนข้างเยอะ เช่น โรงงานตัดเย็บ ทอผ้า และฟอกย้อม ซึ่งมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 600700 ล้านบาทต่อ 1 โรงงาน เนื่องจากนักธุรกิจมองว่าตลาดยังดีอยู่ สามารถลงทุนเพิ่มเติมได้อีก

ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศก็ยังคงมีนักลงทุนรายใหม่สนใจมาลงทุนในเมืองไทยอยู่ 34 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานผลิตผ้าสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ สิ่งทอการแพทย์ เป็นต้น โดยจะย้ายฐานลงทุนจากยุโรป และได้เข้ามาติดต่อสอบถามข้อมูล หาสถานที่ ดูพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว แต่ตอนนี้ก็คงต้องรอดูสถานการณ์ในภาพรวมก่อน จึงยังไม่มีความคืบหน้าเข้ามาเพิ่มเติม

กรณีหากเกิดการลงทุนจริง คาดว่าน่าจะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 100–1,000 ล้านบาทขึ้นไปต่อราย เพราะสิ่งทอเหล่านี้ต้องลงทุนแบบครบวงจร ทั้งโรงฟอกย้อม ทอผ้า ซึ่งการที่นักลงทุนเลือกเมืองไทย เพราะเป็นสถานที่เหมาะสมในด้านการผลิต ขณะเดียวกันไทยก็มีความเหมาะสมแก่การส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน