posttoday
ไลฟ์สไตล์คนกรุงเทพฯยามสิ่งแวดล้อมเปลี่ยน

ไลฟ์สไตล์คนกรุงเทพฯยามสิ่งแวดล้อมเปลี่ยน

16 เมษายน 2553

...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

ช่วง 23 ปีที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และความผันผวนของธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ แทบทั้งสิ้น สมาคมวิจัยตลาดแห่งประเทศไทย ผู้สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงผ่านงานวิจัย “Thai View” ครั้งที่ 13 ที่จัดทำขึ้นเมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

การสำรวจความเห็นครั้งนี้เลือกกลุ่มตัวอย่างจำนวน 500 คน เป็นประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อายุ 18 ปี และมีรายได้ครอบครัวมากกว่า 1 หมื่นบาทขึ้นไป

น.ส.วิริยา วรกิตติคุณ นายกสมาคมวิจัยตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจ พบว่า สิ่งที่คนกรุงเทพฯ กังวลมากที่สุดเป็นเรื่องปัญหาสุขภาพ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งที่แล้ว (เดือน ส.ค.2552) 6% ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 แต่ยอมรับได้มากขึ้น เพราะสัดส่วนลดลง 13%

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตของคนกรุง เช่น ความเสื่อมถอยด้านจริยธรรม/จริยธรรมในสังคมและความรุนแรงในการประท้วง

ทั้งนี้ ผลวิจัยได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างตามรายได้ กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำ หรือมีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อครอบครัวต่อเดือน รายได้ปานกลาง 2–3.99 หมื่นบาท และรายได้สูง 4 หมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งพบว่าความกังวลแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มรายได้ โดยกลุ่มรายได้ต่ำจะมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพและเศรษฐกิจ ส่วนกลุ่มรายได้ปานกลางและสูงกังวลในภาพรวมเรื่องปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ทำให้คนกรุงเทพฯ วางแผนใช้เงินเพื่อซื้อสินค้าต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จาก 38% เป็น 51% และสิ่งที่ต้องการซื้อมากที่สุด คือ ที่อยู่อาศัย เพิ่มขึ้น 9% ตามด้วยรถยนต์และโทรศัพท์มือถือ

น.ส.วิริยา กล่าวว่า สภาวะแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนกรุงเทพฯ โดยหันไปซื้อสินค้าที่ช่วยประหยัดพลังงาน เป็นสัดส่วนถึง 85% ซื้อสินค้าที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ 84% และใช้ยี่ห้อที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 82% และยังปรับพฤติกรรม เช่น ลดใช้ไฟฟ้า 69% ประหยัดน้ำ 63% และใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก 49%

นอกจากนี้ 2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่างระบุเห็นด้วยที่จะซื้อสินค้าเพื่อช่วยลดโลกร้อน โดยมีคนกรุงเทพฯ จำนวน 37% จะซื้อสินค้าที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ แม้จะมีราคาสูงกว่าราคาสินค้าทั่วไป หรือจำนวน 28% จะซื้อสินค้ารีไซเคิล แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไปก็ตาม

สำหรับพฤติกรรมการรับสื่อของคนกรุงเทพฯ นั้น แม้จะมีสื่อหลากหลายประเภทเข้ามาเป็นทางเลือกมากขึ้น แต่สื่อที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของคนกรุงเทพฯ ยังคงเป็นสื่อพื้นฐาน ได้แก่ โทรทัศน์ 90% หนังสือพิมพ์ 53% วิทยุ 20% ส่วนกิจกรรมการตลาดที่กระตุ้นการซื้อได้ดี ได้แก่ การโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์/สิ่งพิมพ์ และการออกบูธ/นิทรรศการต่างๆ

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับ 6 เดือนก่อนหน้านี้ พบว่าคนกรุงเทพฯ มีการเปิดรับสื่ออินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากที่สุด 49% ในขณะที่ทวิตเตอร์เป็นสื่อที่เปิดรับน้อยที่สุด 8% ซึ่งสื่ออิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทไม่น้อยในกลุ่มอายุ 1839 ปี และในกลุ่มรายได้ปานกลางและต่ำ

การสำรวจครั้งนี้ทำขึ้นก่อนที่จะเกิดการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าคนกรุงเทพฯ มีความมั่นใจต่อเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นตามลำดับเมื่อเทียบกับการสำรวจในช่วงไตรมาส 3 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ครอบครัวระดับสูงมีความเชื่อมั่นมากกว่ากลุ่มผู้มีรายได้ระดับปานกลางและต่ำ แต่การสำรวจครั้งต่อไปคงเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง หลังเกิดเหตุซ้ำรอย เม.ย.เลือด ปีที่แล้ว และหนักกว่า

“หากเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นอีก จะกระชากความเชื่อมั่นของคนกรุงเทพฯ ให้ถอยหลังกลับไปเหมือนเมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 34 ปีกว่าจะฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจโดยรวมเป็นลูกโซ่ เพราะที่ผ่านมาคนยังมีกำลังซื้อ แต่ขาดความเชื่อมั่น”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน