
จี้ธุรกิจไมซ์ปรับตัว
เน้นผนึกพันธมิตรขยายตลาดใหม่คาดเปิดเออีซีดันไทยสุดฮอต
เน้นผนึกพันธมิตรขยายตลาดใหม่คาดเปิดเออีซีดันไทยสุดฮอต
ทิก้าแนะ 3 กลยุทธ์บริษัทออร์แกไนซ์จัดไมซ์เร่งปรับตัว หวั่นเปิดเออีซีต่างชาติรุมขายแพ็กเกจตัดหน้า
นายสุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือทิก้า เปิดเผยว่า ทิก้าเตรียมเปิดโครงการฝึกอบรมบริษัทออร์แกไนซ์จัดการประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์)เพื่อเร่งปรับตัวรับมือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยนำ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.ผู้ประกอบการไทยเร่งขยายกิจการไปยังประเทศกลุ่มอาเซียน เพื่อเปิดตลาดใหม่ 2.การหาพันธมิตร และ 3.การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจให้ครอบคลุมทุกตลาด รองรับการแข่งขันทางธุรกิจ
ทั้งนี้ คาดว่าหลังเปิดเออีซีสถานที่การจัดไมซ์ในประเทศไทยจะเป็นที่สนใจของผู้ประกอบการต่างชาติ ที่จะนำเสนอเส้นทางในประเทศไทยให้กับนักท่องเที่ยวประเทศของตัวเองมากขึ้น โดยไม่ผ่านบริษัทออร์แกไนซ์ของประเทศไทยเหมือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ถูกแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด หากไม่เร่งปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีความทันสมัยทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
“การเปิดเออีซีมีทั้งข้อดีและข้อเสียเกิดขึ้น ข้อดีในด้านมูลค่า เชื่อว่าสถานที่จัดไมซ์ในประเทศไทยจะได้รับความนิยมมากขึ้น เทียบชั้นกับสิงคโปร์และฮ่องกง เพราะประเทศไทยมีความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยว ทำเลที่ตั้งของประเทศเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทำให้เดินทางเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่นได้อย่างสะดวกสบาย” นายสุเมธ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรใช้ระบบออนไลน์เป็นเครื่องมือช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อยอดทางธุรกิจ เพื่อตอกย้ำแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว รวมถึงการขยายตลาดใหม่ ซึ่งปัจจุบันตลาดอาเซียนได้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มประเทศด้อยพัฒนา ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า หรือกลุ่มซีแอลเอ็ม 2.ประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ หรือกลุ่มวีไอพี และ 3.ประเทศพัฒนาแล้ว ได้แก่ บรูไน ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์
นายสุเมธ กล่าวด้วยว่า ทิก้าเตรียมนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์โรดโชว์สินค้าทางการท่องเที่ยวในตลาดฮ่องกงและออสเตรเลีย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ตลาดอาเซียนอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนโรดโชว์ให้สอดคล้องกับความต้องการนักท่องเที่ยว เบื้องต้นคาดว่าจะเน้นตลาดเวียดนาม







