posttoday
ส่องโอกาสธุรกิจข้าวพม่า

ส่องโอกาสธุรกิจข้าวพม่า

06 มิถุนายน 2556

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ พม่า ตอนนี้ก็คือ การทวงคืนตำแหน่งแชมป์ส่งออกข้าว และด้วยปัจจัยดึงดูดที่หลากหลายในธุรกิจข้าว โดยเฉพาะนโยบายข้าวของพม่า ทำให้นักลงทุนต่างชาติจับตามองประเทศนี้ว่า เป็นแหล่งการค้าและลงทุนในธุรกิจข้าวและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ พม่า ตอนนี้ก็คือ การทวงคืนตำแหน่งแชมป์ส่งออกข้าว และด้วยปัจจัยดึงดูดที่หลากหลายในธุรกิจข้าว โดยเฉพาะนโยบายข้าวของพม่า ทำให้นักลงทุนต่างชาติจับตามองประเทศนี้ว่า เป็นแหล่งการค้าและลงทุนในธุรกิจข้าวและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง

แม้ปัจจุบันพม่ายังมีการผลิตข้าวแบบดั้งเดิม คือ ผลิตเพื่อยังชีพ โดยเน้นใช้แรงงานคนและสัตว์เป็นหลัก มีการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรน้อย แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การเร่งพัฒนาการผลิตข้าวสู่ระบบที่เป็นเชิงพาณิชย์มากขึ้น น่าจะทำให้พม่าสามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกได้ตามเป้า หรือประมาณ 2 ล้านตัน ในปีนี้ และ 3 ล้านตัน ในปี 2558 ได้ไม่ยาก หากไม่เกิดภัยธรรมชาติรุนแรงที่ส่งผลต่อการผลิตข้าว โดยในช่วงปีงบประมาณ 2555/2556 พม่าส่งออกข้าวได้ตามเป้า 1.5 ล้านตันไปแล้ว อีกทั้งคาดว่าในอนาคตพม่าอาจติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศผู้ส่งออกข้าวหลักในโลก มายืนในระดับเดียวกับอินเดีย เวียดนาม และไทย ด้วยปริมาณการส่งออกข้าวไม่น้อยกว่า 5 ล้านตัน ในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ปัจจัยดึงดูดสำคัญที่จะผลักดันให้พม่าขึ้นเป็นผู้ส่งออกแถวหน้าของโลก คือ ความแข็งแรงในธุรกิจข้าว ทั้งเป็นพืชเกษตรหลัก อาชีพหลัก ความมีชื่อเสียงของข้าว โดยข้าวหอมพันธุ์ “Pearl Paw San” ของพม่าได้รับรางวัลข้าวคุณภาพดีที่สุดในโลกประจำปี 2554 ประกอบความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ แรงงานราคาถูกจำนวนมาก การเปิดประเทศ ตลอดจนนโยบายข้าวของประเทศ

ที่ผ่านมาพม่าเร่งเพิ่มผลผลิตอย่างเข้มข้นทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ คือ การวิจัยและพัฒนาด้านพันธุ์ข้าว เทคโนโลยีด้านการเกษตร ระบบชลประทานส่งผลให้มีผลผลิตข้าวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 2.35 ตันต่อเฮกตาร์ ในปี 2554 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.67 ตันต่อเฮกตาร์ ในปีนี้ ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกข้าว ที่ตอนนี้มีตลาดเป้าหมายหลัก คือ แอฟริกา บังกลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น และยุโรป

ขณะเดียวกันนโยบายสนับสนุนการลงทุนของต่างชาติยังเป็นแรงดึงดูดให้นานาประเทศสนใจเข้ามาลงทุนและพัฒนาระบบการผลิตข้าวของพม่าให้ก้าวหน้าขึ้นด้วย เช่น ญี่ปุ่นลงทุนตั้งโรงสีข้าวและโรงงานแปรรูปข้าวขนาดใหญ่รวม 3 แห่ง และยังมีแผนปลูกข้าวและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้พม่า ขณะที่สหรัฐกำลังสำรวจลู่ทางการลงทุนวิจัยด้านพันธุ์ข้าว จีนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมและลงทุนปลูกข้าวในพม่า เช่นเดียวกับสิงคโปร์ที่ร่วมกับนักลงทุนท้องถิ่นปลูกข้าว

สำหรับผู้ประกอบการไทยนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า อาจเข้าไปลงทุนในลักษณะเป็นส่วนหนึ่งของสายการผลิตข้าว เช่น ผู้ส่งออกอาจพิจารณาตั้งโรงสี และรวมตัวกับผู้ขายวัตถุดิบ เพื่อควบคุมปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะส่วนของโรงสีนั้นมีลู่ทางที่พอเป็นไปได้ โดยใช้พม่าเป็นฐานการส่งออกข้าว ไทยอาจนำเทคโนโลยีไปเพิ่มความสามารถให้พม่าที่กำลังต้องการโรงสีที่ทันสมัย

อีกช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ ผู้ค้าข้าว (เทรดเดอร์) ในพม่าเพื่อส่งออก หรืออาจลงทุนในส่วนของธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่คาดว่าจะเติบโตเช่นกัน อาทิ การจำหน่ายปุ๋ย และเครื่องจักรกลการเกษตร

ท่ามกลางโอกาสที่ยังเปิดกว้าง ก็ยังมีความท้าทายอยู่เช่นกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในระยะสั้นยังมีประเด็นด้านกระบวนการกฎหมาย เช่น ขั้นตอนการตั้งโรงสีที่ค่อนข้างยุ่งยาก ต้องขออนุญาตจากภาครัฐในหลายพื้นที่ หลายกระทรวง ทั้งยังขาดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

ดังนั้น จึงได้แนะนำว่า การลงทุนธุรกิจข้าวในพม่าตอนนี้ ควรหาคู่ค้าที่เป็นนักธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เนื่องจากระเบียบการค้ารัฐบาลพม่าต้องการให้นักธุรกิจท้องถิ่นสามารถทำธุรกิจแข่งขันกับคนต่างชาติได้ ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี ซึ่งจะช่วยอำนวยให้ธุรกิจไทยเข้าถึงตลาดได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงสัดส่วนการถือหุ้น ที่พม่าต้องการให้คนท้องถิ่นถือหุ้นข้างมาก ข้อกฎหมายเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน และรูปแบบธุรกรรมที่ยังไม่เป็นสากล

ขณะที่ในระยะยาว ไทยจะต้องวางนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อให้ธุรกิจข้าวไทยสามารถรักษาบทบาทในตลาดโลกได้ ท่ามกลางคู่แข่งที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน