
กรณ์ขานรับค่าเงินบาทอ่อน
โพสต์ทูเดย์
— รมว.คลัง ชี้ส่งออกรุ่ง หลังบาทอ่อนค่านายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ไม่ได้กังวลถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงจากปัญหาทางการเมือง เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออก
“
ถ้าค่าเงินอ่อนตัวลงเล็กน้อย จะทำให้เราเป็นประเทศผู้ส่งออกได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเลวร้าย” นายกรณ์ กล่าวทั้งนี้ ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 32.4 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิติดต่อกันถึง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 8, 9 และ 12 เม.ย. รวม 5,269 ล้านบาท หลังซื้อสุทธิต่อเนื่องถึง 31 วัน นับจากวันที่ 22 ก.พ. 2553 มูลค่ารวม 58,800 ล้านบาท
หลังต่างชาติถล่มขายหุ้นไทยในช่วงหลังการประกาศพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเหตุการณ์สลายม็อบเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 นายกรณ์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่มีความตั้งใจที่จะลาออก หรือยุบสภาตามคำเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะจะเป็นผลเสียต่อประเทศระยะยาว
นายกรณ์ ยังได้เขียนข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า นักข่าวจากบีบีซีถามว่า รัฐบาลควรจะยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่ ซึ่งได้ถามกลับไปว่า ถ้าเหตุการณ์การชุมนุมที่ไร้ระเบียบและใช้ความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นในอังกฤษ คนอังกฤษจะว่าอย่างไร
“
สมมติว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งมาตั้งเวที ปิดถนนกลางกรุงลอนดอน จัดขบวนป่วนเมืองไปเรื่อยๆ ผ่านใครที่ไม่พอใจก็รุมทำร้าย บุกเข้าไปในสภา ไปที่บ้านพักนายกฯ เอาอุจจาระไปปา ขู่เอาชีวิต ต่อสู้เจ้าหน้าที่ด้วยระเบิดและอาวุธสงคราม พยายามระเบิดเสาไฟฟ้าเพื่อตัดไฟเข้ากรุง ในขณะที่เรียกร้องประชาธิปไตยและให้รัฐบาลยุบสภา ถ้าเป็นอย่างนี้ คนอังกฤษจะว่าอย่างไร” นายกรณ์ ระบุขณะที่วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ มอร์แกน สแตนลีย์ ประเมินคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจลดลง 0.2% เนื่องจากผลกระทบด้านการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็น 6% ของจีดีพีของไทย และมีการว่าจ้าง 1.8 ล้านคน
นอกจากนี้ ผลกระทบที่ใหญ่กว่าอาจทำให้จีดีพีของไทยลดลง 0.6% เนื่องจากสูญเสียความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไป โดยรัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจของไทยในปีนี้จะโตขึ้น 4.5% หากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยืดเยื้อออกไปอีก







