
ไทยประกันชีวิตบริษัท"เชื้อชาติไทย"
การดำเนินงานตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 70 ปี ของบริษัท ไทยประกันชีวิต บริษัทที่มีสโลแกนติดตัวว่าเป็นบริษัทของคนไทย
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
การดำเนินงานตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 70 ปี ของบริษัท ไทยประกันชีวิต บริษัทที่มีสโลแกนติดตัวว่าเป็นบริษัทของคนไทย อาจถึงเวลาต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง
เมื่อมีกระแสข่าวออกมาถึงการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลถึง 1.52.1 หมื่นล้านบาท เพื่อแข่งกันเข้ามาถือหุ้น 15% ในบริษัท ไทยประกันชีวิต ระหว่างบริษัท สุมิโตโม ไลฟ์ อินชัวรันส์ กับบริษัท เมจิยาสุดะ ไลฟ์อินชัวรันส์ ซึ่งมาจากญี่ปุ่นทั้งคู่ เรื่องดังกล่าว “ไชย ไชยวรรณ” ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่และในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ไทยประกันชีวิต เอง ก็ไม่ได้กล่าวแบบตอบรับหรือปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
“เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเพียงแค่ข่าวออกมาจากต่างประเทศ แต่ในมุมมองผมก็ต้องถือได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับบริษัท ที่มีนักลงทุนต่างชาติสนใจอยากที่จะเข้ามาร่วมทุนด้วย ซึ่งตอนนี้ก็เหลือไทยประกันชีวิตที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่เพียงรายเดียวเท่านั้น ที่ยังไม่มีต่างชาติเข้ามาถือหุ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องนักลงทุนต่างชาตินั้น ยังไม่ได้มีข้อสรุปอะไรทั้งนั้น ไม่ได้กำหนดระยะเวลา และก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ยังดูไปเรื่อยๆ ใครอยากเข้าไปคุยเราก็พร้อมคุยด้วยตลอด” ไชย กล่าว
ไชย กล่าวต่อว่า ไทยประกันชีวิตยังเปิดกว้างให้นักลงทุนที่สนใจในบริษัทเข้ามาเจรจาได้เสมอ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเจรจากันตลอด แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไร และบริษัทก็ไม่ได้ตั้งโจทย์ว่าต้องการอะไรจากนักลงทุนเหล่านั้นด้วย เพียงแต่ดูว่านักลงทุนเหล่านั้นมีอะไรที่น่าสนใจที่บริษัทจะนำมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตจำเป็นต้องมีต่างชาติเข้ามาถือหุ้นจริงๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ซึ่งก็เป็นไปตามกระแสทุนของโลกที่หลีกหนีไม่พ้น เหมือนอย่างกรณีของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในไทยทั้งหลาย ที่ภาพลักษณ์ก็ยังดูเป็นธนาคารของคนไทยอยู่ แต่ก็ล้วนมีต่างชาติร่วมถือหุ้นอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ไทยประกันชีวิตจำเป็นต้องมีต่างชาติเข้ามาถือหุ้นจริงๆ ก็ยังเป็นบริษัทของคนไทยยังเป็นบริษัทที่มีเชื้อชาติไทยอยู่ดี จึงไม่ผิดกับจุดขายความเป็นบริษัทของคนไทย
ไชย กล่าวว่า สุดท้ายแล้วไทยประกันชีวิตก็คงหนีไม่พ้นต้องเข้าไปจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทย เพียงแต่ว่าจะถึงเวลาเมื่อไหร่แค่นั้นเอง ซึ่งก็คงต้องขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจประกัน ด้วยว่าจะมีกฎระเบียบอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกในอนาคต แม้ปัจจุบันจะให้เลือกได้ว่า บริษัทประกันจะเข้าไปจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นหรือไม่ก็ได้ เพื่อให้เป็นไปตามความสมัครใจ แต่ทุกบริษัทประกันก็ต้องเป็นบริษัทมหาชนไว้ก่อน และกฎระเบียบหลายข้อที่นำมาบังคับใช้กับบริษัทประกันในปัจจุบันก็อ้างอิงและเหมือนกับที่บังคับกับบริษัทในตลาดหุ้นเหมือนกัน
“ในที่สุดเชื่อว่า คงต้องมีการออกกฎหรือมีเงื่อนไขให้บริษัทประกันเข้าไปอยู่ในตลาดหุ้นจนได้ ซึ่งทาง คปภ.เองก็คงอยากให้บริษัทประกันมีการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลผ่านตลาดหุ้นได้มากขึ้น และคงอยากให้มีการกระจายหุ้นออกไป เพื่อเป็นการลดสัดส่วนถือหุ้นโดยธุรกิจครอบครัวลง” ไชย กล่าว
การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ คงไม่ใช่ไทยประกันชีวิตอย่างเดียว แต่บริษัทประกันอื่นก้ต้องปรับตัวรับสถานการณ์







