posttoday
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ชูหลัก 3 ป. ที่ไม่ใช่ ปปช.

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ชูหลัก 3 ป. ที่ไม่ใช่ ปปช.

05 มิถุนายน 2556

เป็นเวลากว่า 2 ปี กับบทบาทและการทำหน้าที่ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ที่เริ่มต้นจากภาคเอกชน และสร้างแรงกระตุ้นให้สังคมร่วมกันป้องกันการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ แม้ที่ผ่านมาจะไม่ได้แสดงผลงานที่ชัดเจนจนมองว่าเป็นเสือกระดาษ

เป็นเวลากว่า 2 ปี กับบทบาทและการทำหน้าที่ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ที่เริ่มต้นจากภาคเอกชน และสร้างแรงกระตุ้นให้สังคมร่วมกันป้องกันการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ แม้ที่ผ่านมาจะไม่ได้แสดงผลงานที่ชัดเจนจนมองว่าเป็นเสือกระดาษ

แต่ วิชัย อัศรัสกร เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กลับเห็นว่าองค์กรนี้ได้ดำเนินงานจนมีความคืบหน้าไปมาก และหลักการทำงานขององค์กรนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านใครหรือล้มใคร แต่จะต่อต้านการคอร์รัปชันด้วยการทำงานแบบสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้ง ดุสิต นนทะนาคร จนปัจจุบัน องค์กรฯ มีเครือข่ายการต่อต้านคอร์รัปชันอีก 47 องค์กร มาจากรัฐ เอกชน และภาคประชาชน

ล่าสุด ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดโอกาสให้ทางองค์กรส่งผู้สังเกตการณ์เข้าไปร่วมตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างรถเมล์เอ็นจีวี 3,184 คัน มูลค่าโครงการ 1.3 หมื่นล้านบาท รวมถึงโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ที่มีกว่า 100 โครงการ ก็อยู่ในแผนงานที่องค์กรกำลังเดินหน้าอยู่

การทำงานขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นใช้หลัก 3 ป. คือ 1.ป้องกัน ทางองค์กรฯ ไม่เน้นการปราบปรามเพราะไม่มีหน้าที่ไปตรวจจับทุจริตใครโดยตรง หลายคนยังสับสนมองว่าจะทำงานเหมือนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งที่ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นป.ป.ช. หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่หน้าที่ขององค์กรคือ ศึกษาวิจัยว่าวิธีการป้องกันการทุจริตที่ดีที่สุดเป็นแบบไหนบ้าง ต้องดึงคนที่มีส่วนร่วมในการทำทุจริตเข้ามาทำงานด้วย มี 3 ขา คือ นักการเมือง ข้าราชการ และพ่อค้า ในขั้นตอนนี้พ่อค้าหรือเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางระบบ เพราะอยู่ในวงจรนี้ย่อมรู้ดีว่าวิธีทุจริตเป็นอย่างไร

2.ปลูกฝัง ให้ความสำคัญมาก เพื่อสร้างค่านิยมที่ถูกต้องให้กับสังคม โดยเฉพาะเยาวชน

3.เปิดโปง เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่องที่ประชาชนหรือสังคมสงสัย โดยนำทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียให้เข้ามาให้ข้อมูลโดยไม่มีการชี้นำ

สำหรับบทบาทล่าสุดขององค์กร มีนโยบายจัดทำ “ข้อตกลงคุณธรรม” เป็นการยินยอมจากภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องเปิดโอกาสให้องค์กรฯ ส่งผู้สังเกตการณ์ ซึ่งคัดเลือกจากผู้มีความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมกับโครงการเข้าไปร่วมรับรู้การจัดทำร่างทีโออาร์จัดซื้อจัดจ้าง เพื่อสกัดไม่ให้เกิดการคอร์รัปชันตั้งแต่ต้นทาง จากเดิมการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐมีแค่ 2 ส่วน คือ ภาครัฐในฐานะผู้ว่าจ้างและภาคเอกชนในฐานะผู้รับเหมา ทำให้มีการฮั้วราคากัน กำหนดสเปกและราคาให้เอื้อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย หน้าที่ของผู้สังเกตการณ์คือ หากพบว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นก็มีสิทธิเรียกดูข้อมูลได้ รับฟังคำชี้แจง พร้อมกับเสนอให้ปรับเปลี่ยน เป็นการทำงานในลักษณะที่เกิดประโยชน์

ด้านผู้สังเกตการณ์ขององค์กรฯ ต้องการให้มี 100 คน รองรับการตรวจสอบโครงการต่างๆ ซึ่งมาจาก 2 ส่วน คือ จากอาสาสมัครและการทาบทามบุคคล ต้องเป็นบุคคลที่ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน สายวิชาชีพ มีทั้งวิศวะ บัญชี การบริหาร ตลอดจนอดีตข้าราชการที่มีประสบการณ์เรื่องระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง นอกนั้นเป็นภาคเอกชน ที่มีเจตนารมณ์เดียวกัน ซึ่งยอมรับว่าในส่วนของเอกชนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะจะมีข้อมูลเชิงลึก แต่ไม่สามารถแสดงหลักฐานออกมาได้ แต่มีข้อเสียคืออาจถูกข้อครหาว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย

การคัดเลือกผู้สังเกตการณ์จะดูที่ภาระกิจ อาจเลือก 1 คนหรือ 3 คน เข้าไปเป็นตัวแทน ด้านเทคนิค การบริหาร และการบัญชี สามารถนั่งประชุมร่วมกับภาครัฐ มีสิทธิ์นำเข้ามูลกลับมา โดยมีทีมงานของผู้สังเกตการณ์ช่วยศึกษาทีโออาร์ ว่ามีการล็อคสเปคราคากลางหรือไม่ ถ้าพบว่ามีสิ่งผิดปกติจะบอกทันทีว่าไม่ถูกต้อง ชี้แจงได้หรือไม่ ปรับแก้ให้เกิดความโปร่งใส ถ้าไม่ทำจะยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ให้มีการตรวจสอบ

“ผมเชื่อว่าบทบาทของผู้สังเกตการณ์จะมีส่วนช่วยในการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตได้ สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ของ ป.ป.ช. ที่กำหนดให้เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างต่อสาธารณชนเพื่อให้ตรวจสอบได้ ทั้งวิธีการประมูล การกำหนดราคากลาง ผู้สังเกตการณ์ก็เหมือนตัวแทนของประชาชน” วิชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่จะทำให้การทำงานขององค์กรฯ ประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่แค่โครงสร้างกระบวนการตรวจสอบที่กำลังดำเนินการอยู่เท่านั้น แต่กองเชียร์ซึ่งหมายถึงกระแสสังคม ตลอดจนสื่อมวลชนก็ต้องร่วมมือกันด้วย ถือว่าเป็นกำลังใจหลายคนอาจมองว่าเราเหมือนเสือกระดาษ แต่ถามว่าแล้วคุณจะไม่ทำอะไรเลยเหรอในบ้านนี้เมืองนี้ ขณะเดียวกันถ้าเราโหมกระแส ว่ามีการตรวจสอบจริง เราอยากให้สื่อ และประชาชนให้การสนับสนุน ทำอย่างไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราทำงานเพื่อให้ประเทศชาติได้ประโยชน์ เป็นการปรามกัน เกมนี้จะชนะได้ต้องมีกองเชียร์ การเข้ามาคงไม่ทำให้ปัญหาคอรัปชั่นหมดไป 100% แต่อย่างน้อยก็ทำให้ลดลง ต้องสร้างค่านิยมใหม่ ประชาชนอย่านิ่งเฉย”

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค