
‘โออิชิ’ใช้ช่องF&N
ส่งชาเขียวนำทัพไทยเบฟตะลุยตลาดอาเซียนวางเป้าปี’60สร้างแบรนด์ระดับภูมิภาค
ส่งชาเขียวนำทัพไทยเบฟตะลุยตลาดอาเซียนวางเป้าปี’60สร้างแบรนด์ระดับภูมิภาค
โออิชิผนึกเอฟแอนด์เอ็น ปั้นชาเขียวลุยอาเซียน จ่อขนทัพสินค้าบุกตาม ตั้งเป้าปี 2560 ขึ้นแท่นรีจินัลแบรนด์
นายแมทธิว กิจโอธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การเปิดตลาดอาเซียน หลังจากที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เข้าซื้อกิจการเอฟแอนด์เอ็นในสิงคโปร์ จะเริ่มจากการนำชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิเป็นหัวหอกบุก 10 ประเทศในอาเซียน และวางเป้าให้เป็นรีจินัลแบรนด์ หรือเป็นแบรนด์ในระดับภูมิภาคอาเซียนในปี 2560
นอกจากนี้ ยังศึกษาโอกาสขยายสินค้าอื่นๆ ไปตลาดอาเซียน อาทิ ร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ รวมถึงกลุ่มสินค้าไทยเบฟ และเสริมสุข ในอนาคต อีกทั้งยังได้ศึกษาสินค้าของเอฟแอนด์เอ็นเข้ามาทำตลาดในไทย อาทิ เครื่องดื่มเกลือแร่ 100 พลัส และไอศกรีม
ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนให้เอฟแอนด์เอ็นในสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย เป็นผู้กระจายสินค้าในอาเซียน และมาเลเซียจะเป็นฐานการผลิตชาเขียวพร้อมดื่มสำหรับบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ซึ่งจะเริ่มต้นในปีหน้า โดยใช้งบ 50 ล้านบาท ลงทุนเพิ่มในโรงงานที่กัวลาลัมเปอร์ 5 แห่ง และจะเริ่มทำตลาดชาเขียวโออิชิในมาเลเซียก่อน เนื่องจากตลาดนันแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์มีมูลค่าถึง 7 หมื่นล้านบาท เป็นตลาดชาพร้อมดื่มมูลค่า 2,000 ล้านบาท เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก และเชื่อว่ายังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก
แบ่งเป็น ชาเขียวพร้อมดื่ม 40% และชาดำพร้อมดื่ม 60% และชนิดกระป๋องเป็นตลาดใหญ่สัดส่วน 50% ของตลาดชา ขณะที่อัตราการดื่มชาคนมาเลเซีย 0.9 ลิตรต่อคนต่อปี และยังดื่มชาโบราณตลาดมูลค่าถึง 2 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับตลาดเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ในไทยมูลค่า 1.6 แสนล้านบาท เป็นชาเขียวพร้อมดื่ม 1.4 หมื่นล้านบาท อัตราการดื่ม 5.8 ลิตรต่อคนต่อปี เชื่อว่าตลาดมาเลเซียยังขยายได้อีกมาก รวมท้งเตรียมนำเครื่องดื่มฟรุ๊ตโตะชาคูลล์ซ่าเข้าทำตลาดเพิ่มด้วยพร้อมกันนี้ได้ร่วมลงนามกับบริษัท เอฟแอนด์เอ็น เบเวอเรจเจส มาร์เก็ตติ้ง เอสดีเอ็น บีเอชดี บริษัทในเครือ เฟรเซอร์ แอนด์ นีช โฮลดิ้งส์ เบอร์ฮาด มาเลเซีย เพื่อทำตลาดชาเขียวโออิชิในมาเลเซีย 4 รสชาติ ขนาด 380 มล. ราคา 26 บาท สูงกว่าคู่แข่งในตลาดขาย 24 บาท โดยใช้โรงงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะเป็นฐานการผลิตส่งออก
“การผนึกความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างสินค้าพอร์ตโฟลิโอของทั้งสองฝ่ายให้มีความแข็งแกร่ง โออิชิวางตำแหน่งเป็นชาเขียวพร้อมดื่มสไตล์ตะวันออก เจาะคนรุ่นใหม่ ส่วนเอฟแอนด์เอ็น เป็นชาดำพร้อมดื่มแบรนด์ซีซั่น สไตล์ตะวันตก ปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดชาดำในมาเลเซีย มีส่วนแบ่ง 32% ตามด้วยโย 2122% และลิปตัน 15%” นายแมทธิว กล่าว
สำหรับในช่วง 12 ปีนี้ บริษัทเตรียมใช้งบรวม 450 ล้านบาท เป็นงบสำหรับทำตลาด 300 ล้านบาท โดยระยะแรกปูพรมสินค้าเข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น 200 สาขา และจะครบ 1,460 สาขา ใน 3 เดือน และวางช่องทางปั๊มน้ำมัน 3,800 สาขา สิ้นปีคาดว่าจะมียอดขาย 140 ล้านบาท
นายแมทธิว กล่าวว่า ที่ผ่านมาโออิชิเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ อาทิ ลาว พม่า กัมพูชา ไปแล้ว ขณะที่ในยุโรปได้แต่งตั้งบริษัท อินเตอร์ เบฟ ผู้ทำตลาด และปีนี้ขยายตลาดอเมริกา บริษัทตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ส่งออกเพิ่มจาก 34% ในปีที่ผ่านมาเป็น 710% หรือ 600700 ล้านบาท ส่วนปีนี้รายได้รวม 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น เครื่องดื่มโออิชิ 7,000 ล้านบาท และอาหาร 8,000 ล้านบาท
นายอึ้งจุยเซีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีซ โฮลดิ้งส์ เบอร์ฮาด ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า เอฟแอนด์เอ็นมีความแข็งแกร่งระบบจัดจำหน่ายสินค้าครอบคลุมทุกช่องทางในมาเลเซีย 90% มีร้านค้าพันธมิตร 7.2 หมื่นแห่ง หน่วยรถกระจายสินค้า 411 คัน มีตู้แช่ 6 หมื่นตู้ และเครื่องดื่มกดหยอดเหรียญ 5,000 เครื่อง การขยายตลาดโออิชิในมาเลเซียจะย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ที่มีมูลค่ารวม 7 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันเอฟแอนด์เอ็นมีส่วนแบ่ง 27% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 50% ในปี 2560จากปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์มูลค่ารวม 7 หมื่นล้านบาท”นายดาโต๊ะกล่าว







