posttoday
เคล็ดลับเอสเอ็มอีมะกันกล้าลองไม่หวั่นความล้มเหลว

เคล็ดลับเอสเอ็มอีมะกันกล้าลองไม่หวั่นความล้มเหลว

04 มิถุนายน 2556

สำหรับผู้ประกอบการทางธุรกิจ “ความล้มเหลว” คงเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากประสบ

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

สำหรับผู้ประกอบการทางธุรกิจ “ความล้มเหลว” คงเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากประสบ เพราะนั่นหมายความว่า ต้องเสียทั้งเงิน ทั้งกำลังใจ โดยเฉพาะกับสหรัฐที่มีการแข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือด เพราะการล้มเพียงครั้งเดียวอาจจะทำให้ไม่กล้ากลับไปทำธุรกิจอีก

แต่ทว่าสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐหลายคน สามารถตั้งตัวอย่างเข้มแข็งได้อีกครั้ง หลังจากล้มมานับครั้งไม่ถ้วน

“เส้นทางของความล้มเหลวไม่เคยเป็นอุปสรรคสำหรับผม แต่กลับช่วยให้สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผมมากกว่า” แรนเดล พินเกตต์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของบริษัท บีซีที พาร์ทเนอร์ บริษัทให้คำปรึกษา ตั้งอยู่ในนิวเจอร์ซี กล่าว

บริษัท บีซีทีฯ เป็นธุรกิจที่ 5 ของพินเกตต์ ซึ่งนับว่าแตกต่างจากธุรกิจแรกที่ทำมาก ซึ่งธุรกิจแรกคือการขายแผ่นซีดี ก่อนจะธุรกิจจะล้มไป หลังจากนั้นชายหนุ่มคนนี้ก็ตั้งบริษัทหลักสูตรสำหรับองค์กร (Corporate Training) แต่ก็ไม่สำเร็จเช่นเดียวกัน ส่วนธุรกิจที่ 3 และ4 ของชายคนนี้ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

“คำถามไม่ได้เกี่ยวกับว่าคุณจะล้มเหลวหรือไม่ แต่คำถามคือว่าคุณจะลุกขึ้นมาใหม่หรือไม่” ผู้ก่อตั้งบริษัท บีซีทีฯ กล่าว ซึ่งคาดว่าในปีนี้บริษัทจะสามารถทำรายได้ได้มากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 300 ล้านบาท)

ประสบการณ์การทำธุรกิจของชายคนนี้ ทำให้ได้รับรางวัลระดับชาติมากมาย และพินเกตต์ยังเป็นผู้ชนะในการแข่งขันรายการเรียลิตี “ดิ แอพเพรนทิส” ในปี 2548 ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับการวางแผนธุรกิจ

นอกจากนี้ พินเกตต์ ยังกล่าวอีกว่า ยิ่งล้มเหลวเร็วเท่าไร ก็จะยิ่งประสบความสำเร็จเร็วมากขึ้นเท่านั้น

“วัฒนธรรมของสหรัฐคือ การตั้งอยู่บนพื้นฐานของนวัตกรรมและการทดลอง ซึ่งนั่นเป็นหนทางที่จะทำให้ความล้มเหลวเปลี่ยนไปเป็นความสำเร็จ” เจ้าของธุรกิจร้อยล้านกล่าว

ในขณะที่ คาเซย์ วิลล์สัน ที่ปรึกษาธุรกิจแห่งศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจขนาดเล็ก มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ กล่าวว่า ทัศนคติดังกล่าวของพินเกตต์มีความจำเป็นอย่างมากของคนอเมริกัน

“เมื่อไรก็ตามที่นักลงทุนมองหาโอกาสทางธุรกิจ ถ้าเขาถูกทดสอบด้วยความล้มเหลว นั่นอาจจะเป็นความเสี่ยงที่ดี เพราะคนที่ล้มเหลวจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาด” วิลล์สัน กล่าว

เพราะแม้กระทั่งที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างวิลล์สันเองก็เคยผิดพลาด ด้วยการให้คำปรึกษากับร้านรองเท้าแฟรนไชส์แห่งหนึ่ง ซึ่งเกิดปัญหาเนื่องจากผู้ผลิตเลิกผลิตสินค้า จึงทำให้ธุรกิจร้านรองเท้านั้นมีหนี้สินมากมาย

“แต่จากความผิดพลาดครั้งนั้นนำทางให้ผมไปสู่การเป็นที่ปรึกษาให้ธุรกิจขนาดเล็กอื่นๆ และนั่นก็เป็นทางของผม” ที่ปรึกษาหนุ่มกล่าว

ทว่าในบางครั้งเหตุการณ์จากความล้มเหลวทางธุรกิจนั้นก็เกิดจากปัจจัยภายนอก อย่างเช่น ในกรณีของเชลลี พัมฟีย์ เจ้าของบริษัท ไฟแนนเชียล คอนซีเอิร์ค เซอร์วิส ในแมรี่แลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ช่วยเหลือคนในการจัดการการเงินและประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยพัมฟีย์ได้สั่งสมประสบการณ์ความล้มเหลวในการทำธุรกิจมาถึง 20 ปี จากการทำงานในบริษัทและทำธุรกิจของตนเอง

เริ่มแรกนั้นธุรกิจที่หญิงสาวเริ่มทำคือ บริษัทช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กจัดการเงินบริษัท เพื่อให้ได้ส่วนลดจากประกันภัยมากที่สุด ซึ่งกิจการก็ดำเนินไปอย่างดี จนกระทั่งแมรี่แลนด์ได้เปลี่ยนกฎหมายการประกันภัย จึงทำให้บริษัทพังลงมาในทันที

“เหตุการณ์นั้นฉันรู้ว่าจะต้องวางแผนธุรกิจอย่างไร และรู้ว่ามีเป้าหมายอะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ จึงทำให้ธุรกิจต้องล้มไป” พัมฟีย์ กล่าว โดยบทเรียนที่หญิงสาวคนนี้ได้เป็นต้นทุนชั้นดี เพราะทำให้เข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของธุรกิจ จนทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งในวันนี้

สิ่งที่ทั้งพินเกตต์ วิลล์สัน และพัมฟีย์มีคือ ทัศนคติในการมอง “ความล้มเหลว” ว่าเป็นของขวัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้ง 3 คน จะสามารถยืนอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง และประสบความสำเร็จในวันนี้

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร