
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
SMT อีบิตดาพลิกเป็นบวกไตรมาส 2
SMT อีบิตดาพลิกเป็นบวกไตรมาส 2
นายพลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 บริษัทมีกำไรสุทธิ 302 ล้านบาท เนื่องจากได้รับเงินประกันจากความเสียหายหลังน้ำท่วม แต่ผลงานจากธุรกิจยังมีผลขาดทุนอยู่ แต่คาดว่าในไตรมาส 2 บริษัทจะเริ่มมีกำไรก่อนหักภาษีดอกเบี้ยและค่าเสื่อม (อีบิตดา) จนทำให้อีบิตดาของทั้งปี 2556 กลับมาบวกได้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ใจว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิหรือไม่ เพราะต้องมีการตัดค่าเสื่อมเดือนละหลายสิบล้านบาท หลังจากซื้อเครื่องจักรใหม่ทั้งหมดตอนน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 เป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เครื่องจักรใหม่ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของ MMA ขณะนี้ผลิตได้ระดับ 7080% แต่ในส่วนของ IC นั้น ได้ใช้กำลังการผลิตประมาณ 40% คาดว่าจะเริ่มเต็มกำลังการผลิตในช่วงปลายปี ซึ่งโดยปกติบริษัทจะต้องใช้กำลังการผลิตเกินระดับ 55% ขึ้นไป จะเป็นระดับถึงจุดคุ้มทุน
“บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ โดยหันมาขาย IC มากขึ้นเป็น 60% ของรายได้รวม เนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 10% สูงกว่า MMA ที่ไม่ถึง 5% ทำให้ความสามารถทำกำไรดีขึ้นเกินกว่า 45% ได้ จากก่อนน้ำท่วมอยู่ที่ระดับ 4% และเป้าหมายรายได้ 9,000 ล้านบาทในปีนี้ทำได้แน่ โดยคาดว่าปี 2557 ผลประกอบการจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และต้องการกลับเข้าไปอยู่ใน SET100 ให้ได้ภายในปี 2558 หลังจากที่ถูกถอดออก เมื่อประสบปัญหาจากน้ำท่วม” นายพลศักดิ์ กล่าว
CCP ตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น 17%
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี (CCP) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 17% จากปีก่อนที่ทำได้ 15% และรายได้รวม 3,000 ล้านบาท จากปีก่อน 2,600 ล้านบาท ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการคัดเลือกลูกค้าที่ขนส่งสินค้าใกล้โรงงานบริษัท ทำให้ต้นทุนการขนส่งลดลง และเลือกลูกค้าที่มีสภาพคล่องดี รวมถึงการปรับราคาขายตามราคาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย
ปัจจุบัน บริษัทมีงานที่รอรับรู้รายได้จำนวน 2,100 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ไปถึงไตรมาส 2 ปีหน้า แบ่งเป็นงานภาครัฐและเอกชนอย่างละ 50%
ปตท.ตั้งบริษัทต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมี
คณะกรรมการ บริษัท ปตท. (PTT) มีมติอนุมัติให้จัดตั้ง บริษัท พีทีที พีเอ็มเอ็มเอ โดยถือหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียน 660 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก Poly Methyl Methacrylate (PMMA) ขนาดกำลังผลิตประมาณ 4 หมื่นตันต่อปี และใช้วัตถุดิบจากบริษัท PTT Asahi Chemical ซึ่งเป็นการต่อยอดธุรกิจในสายปิโตรเคมีของกลุ่ม ปตท.
PMMA ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตพลาสติกวิศวกรรมทดแทนกระจกที่ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และงานก่อสร้าง
บริษัทเตชะอุบลเข้าตลาดหุ้นทางลัดผ่าน CGD
บริษัท แลนด์มาร์ค ดีเวลลอปเมนท์ ของกลุ่มเตชะอุบล เข้าตลาดหุ้นทางอ้อม หรือแบ็กดอลิสติงส์ สำเร็จ ผ่านบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) ภายหลังบริษัทจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 3,700 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท มูลค่าทั้งสิ้น 3,700 ล้านบาท เพื่อแลกกับการซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทแลนด์มาร์ค
ทั้งนี้ บริษัทจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับ น.ส.จุรีพร กวีวิโรจน์กุล จำนวน 1,295 ล้านหุ้น นายเบน เตชะอุบล 925 ล้านหุ้น เท่ากับนายสดาวุธ เตชะอุบล ส่วน นายบี เตชะอุบล นางหลุยส์ ดิศกุล ณ อยุธยา และนายทอมมี่ เตชะอุบล ซื้อคนละ 185 ล้านหุ้น ทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนใหม่ 6,187,454,629 บาท และหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดวันที่ 5 มิ.ย. 2556
บริษัท แลนด์มาร์ค ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์ และโครงการแลนด์มาร์ค วอเตอร์ฟร้อนท์







